
ทรานส์ฟอร์มองค์กร ดันรายได้โตกว่า 40%
จากรายงานการวิจัยได้รวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริหารในองค์กรขนาดกลางและใหญ่จำนวน 1,560 คน ใน 15 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก เพื่อเผยถึงผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล
จากรายงานการวิจัยได้รวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริหารในองค์กรขนาดกลางและใหญ่จำนวน 1,560 คน ใน 15 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก เพื่อเผยถึงผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล
ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ เปิดเผยว่า ผู้บริหารองค์กรขนาดกลางและใหญ่มองว่าองค์กรของตนจะได้รับผลประโยชน์ในด้านต่างๆ และรายได้เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่เดิมรวมถึงการคิดค้นขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ภายในปี 2563 โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
ขณะที่ผู้บริหารไทย 100 ราย ระบุถึงประโยชน์ 5 ด้านที่องค์กรได้รับจากการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล ประกอบด้วย 1.การพัฒนากำไร 2.การพัฒนาผลิตภาพ 3.ทัศนคติและความผูกพันที่ลูกค้ามีต่อองค์กร 4.รายได้เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่แล้ว 5.รายได้เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าตำแหน่งงานกว่า 95% จะมีขอบเขตทำงานที่เปลี่ยนแปลงช่วง 3 ปี โดยตำแหน่ง 65% จะมีมูลค่าและความต้องการทักษะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิกจะมีผลกระทบกับตลาดแรงงาน และตำแหน่งหลายประเภทต้องพัฒนารูปแบบใหม่
"องค์กรในยุคนี้ควรปรับแนวคิดให้เป็นไปตามแนวทางของกลุ่มผู้นำดิจิทัล เพื่อพัฒนาระบบนิเวศเชิงดิจิทัลในองค์กร ทั้งสำหรับพนักงาน ลูกค้าและพันธมิตร และเพิ่มมูลค่าให้กับระบบงานขององค์กรในภาพรวม" ธนวัฒน์ กล่าว
สำหรับองค์กรในเอเชียแปซิฟิกนั้น การทรานส์ฟอร์เมชั่นพบว่าเริ่มประยุกต์ใช้เอไอ และหันมาให้ความสำคัญกับการแปรรูปทรัพยากรข้อมูลในมือให้กลายเป็นมุมมองใหม่ๆ ในตลาด โอกาสในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการเชิงดิจิทัลรูปแบบใหม่ หรือแม้แต่ช่องทาง การสร้างรายได้จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่ค้า
ทั้งนี้ แนวคิดของระหว่างองค์กรในระดับผู้นำที่แตกต่างกับผู้ตามเชิงดิจิทัลมีด้วยกัน 5 ด้านคือ 1.องค์กรกลุ่มผู้นำจะสนใจกับคู่แข่งและเทคโนโลยีใหม่มากกว่า เนื่องจากระบบเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลเปิดทางให้คู่แข่งทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ รวมทั้งเทคโนโลยี เช่น เอไอ เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำธุรกิจหลายมิติ 2.ความคล่องตัวในการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับองค์กรผู้นำ ส่วนผู้ตามมักเน้นพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และทำกำไร
ด้านที่ 3.การวัดผลปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล หลายองค์กรในเอเชียแปซิฟิกเริ่มใช้เกณฑ์วัดใหม่ เช่น ประสิทธิภาพของระบบงาน การใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์กับผลประกอบการ และการเสริมสร้างความผูกพันของลูกค้ากับองค์กร 4.องค์กรในกลุ่มผู้นำเล็งเห็นถึงและเข้าใจในอุปสรรคบนเส้นทางการปฏิรูปธุรกิจมากกว่ากลุ่มผู้ตาม นอกจากปัญหาการขาดทักษะของบุคลากรและความปลอดภัย ยังเห็นถึงความจำเป็นในการนำดาต้ามาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และ 5.องค์กรระดับผู้นำต่างสนใจที่จะลงทุนในเทคโนโลยีเอไอและไอโอทีในปี 2561
ปริยา จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ดิจิทัลและการตลาดรายได้เสริมองค์กร บริษัท การบินไทย กล่าวว่า การบินไทยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ภายในองค์กรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเปิดบริการแชตบอต "น้องฟ้า" เพื่อใช้ตอบคำถามต่างๆ ส่งผลให้มีคนเข้ามาใช้เยี่ยมชมเว็บไซต์ 30 ล้านคน เติบโต 15% และปีนี้จะพัฒนาให้เป็นเว็บไซต์ตอบโจทย์ลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง คาดว่าจะผลักดันให้รายได้เว็บไซต์เติบโต 23% จากปีที่ผ่านมาโต 20% และวางเป้า 5 ปียอดการจองตั๋วบนเว็บไซต์เพิ่มจาก 20% เป็น 30%
การปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลนอกจากจะทำให้จีดีพีเติบโตแล้ว และช่วยทำให้บริษัทรอดพ้นจากดิจิทัลดิสรัปชั่น แต่องค์กรต้องเลือกว่าต้องการเป็นผู้นำทางดิจิทัลหรือผู้ตาม ซึ่งแน่นอนว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน







