posttoday
‘สุขภาพ’ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ได้ดูแล

‘สุขภาพ’ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ได้ดูแล

18 กุมภาพันธ์ 2561

เมื่อปีที่แล้วข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า คนไทยควรมีเงินหลังเกษียณขั้นต่ำ 4.36 ล้านบาท

โดย ณศักต์ อัจจิมาธร

เมื่อปีที่แล้วข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า คนไทยควรมีเงินหลังเกษียณขั้นต่ำ 4.36 ล้านบาท เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายเดือนละ 1.6 หมื่นบาท ไปตลอด 20 ปีหลังจากเกษียณ

ที่มาของจำนวน “4.36 ล้านบาท” ถูกอธิบายว่า เป็นการคำนวณจากผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติต่อคนของคนไทย ซึ่งอยู่ที่ปีละ 192,812 บาท หรือเท่ากับเดือนละ 16,068 บาท

แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้า ตัวเลข 16,068 บาท จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 29,255 บาท จากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 3% ดังนั้นเมื่อนำมาเข้าสูตรคำนวณออกมาจึงเป็นจำนวนเงินที่ 4.36 ล้านบาท จึงเป็นจำนวนเงินหลังเกษียณขั้นต่ำที่คนไทยควรมี

ตัวเลข 4 ล้านบาทไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ ที่สำคัญแม้จะทำงานตลอดชีวิต หลายคนก็ไม่สามารถมีเงินเก็บได้ก้อนใหญ่ขนาดนั้น

เมื่อเร็วๆ นี้ใครบางคนเอ่ยปากถามผมว่า ทำงานมานานมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ พร้อมหรือยังหากต้องเกษียณ?

ถ้าเอาตัวเลข 4.36 ล้านบาท เป็นเป้าหมาย ผมคงต้องบอกว่า ตัวเลขเงินเก็บในบัญชีดูจะห่างไกลอยู่พอควร

เราคุยกันว่า แม้มีเงินเก็บ 4 ล้านบาท ที่ทำให้มีเงินพอใช้เดือนละหมื่นหกไปอีก 20 ปี แต่สุดท้ายเงินก้อนนี้อาจสูญสลายไปอย่างรวดเร็วหากเราเกิดต้องเผชิญกับโรคร้าย หรือเหตุใดๆ ก็ตามที่ทำให้ร่างกายของเราทำงานไม่ปกติอีกต่อไป

การเข้านอนโรงพยาบาลเอกชนสักแห่งในนาทีนี้เพียงคืนเดียว เงินในกระเป๋าหมื่นบาทอาจหายไปในพริบตา...

มีคำกล่าวที่ถูกส่งต่อกันไปมานานมาแล้วว่า “คนเราทำงานหาเงินทั้งชีวิตเพื่อมาจ่ายเป็นค่ารักษาร่างกายตัวเองในยามเกษียณ”

ตลอดชีวิตการทำงาน หลายคนประหยัด อดออม มีวินัยทางการเงินแบบสุดๆ และทุ่มเทให้กับการทำงาน เพื่อหวังที่จะมีหลักประกันที่มั่นคงในยามเกษียณ แต่กลับลืมสิ่งสำคัญประการหนึ่งคือการดูแลรักษาร่างกายของตัวเอง

ถ้าเกษียณแล้วคุณมีชีวิตไม่ยืนยาว และเงินในกระเป๋ายังไม่หมดก่อนลาโลก นั่นเท่ากับว่าคุณจะจากโลกนี้ไปด้วยความสบายใจสบายกาย แต่ถ้าเงินดันหมดก่อนตายแถมยังป่วยด้วยสารพัดโรค หายนะมาเยือนคุณแน่นอน

จริงๆ นอกจากสารพัดวิธีออมเงินที่มีการแนะนำเพื่อให้คุณมีเงินใช้เพียงพอในยามเกษียณแล้ว สิ่งที่น่าจะต้องทำหากไม่อยากเงินหมดก่อนตายก็คือ การดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษานั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ยิ่งหากคุณเป็นโรคร้ายที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว นอกจากการระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนได้อย่างมหาศาลแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการวิ่งจากใต้สุดสู่เหนือสุดของ “ตูน บอดี้สแลม” ก็คือ การพยายามสร้างความตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายให้แก่คนไทย เพื่อเป็นการลดภาระแพทย์และพยาบาล

ระหว่างการวิ่ง ตูนจะบอกกับคนที่รอต้อนรับเขาว่า นอกจากเงินบริจาค เราสามารถช่วยแพทย์พยาบาลได้ด้วยการออกกำลังกายและดูแลร่างกายตัวเองให้แข็งแรง

ช่วงนั้นกระแสออกกำลังกายเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง หลายคนมาบอกเล่าเรื่องผ่านสังคมออนไลน์ว่า ลุกขึ้นมาออกกำลังกายได้เพราะตูน บอดี้สแลม

ผ่านมาสองเดือน ผมไม่รู้ว่ากระแสเหล่านั้นยังคงอยู่หรือไม่ แต่ก็หวังว่ามันจะคงอยู่และเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

สุขภาพนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่เรามักมองข้ามมันไปเป็นสิ่งแรกๆ ในชีวิต อาจเพราะมันเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้กับเรามากเกินไป หรือเป็นเพราะเรายังไม่เคยเผชิญกับอาการป่วยรุนแรง หลายคนใช้ร่างกายอย่างเต็มที่โดยไม่คิดดูแล สุดท้ายผลกระทบก็เกิดขึ้นในยามบั้นปลายของชีวิต

การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเริ่มได้ทันที ไม่ต้องรอเงินเดือนออกไม่ต้องรอเวลาใดๆ รอแค่ความตั้งใจและมีวินัยกับตัวเอง

ใส่ใจในวันนี้ดีกว่าต้องเผชิญกับโรคร้ายในวันหน้านะครับ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี