
เรื่องเสือดำยังไม่จบ
กว่าเสือจะปรากฏตัวขึ้นในผืนป่าผืนใด ป่าผืนนั้นจะต้องอุดมสมบูรณ์เพียงพอที่เสือจะตัดสินใจฝากชีวิตไว้กับป่าผืนนั้น
โดย ธเนศน์ นุ่นมัน
กว่าเสือจะปรากฏตัวขึ้นในผืนป่าผืนใด ป่าผืนนั้นจะต้องอุดมสมบูรณ์เพียงพอที่เสือจะตัดสินใจฝากชีวิตไว้กับป่าผืนนั้น
อาจเริ่มจาก ความหลากหลายของต้นไม้ประจำพื้นถิ่นที่ชุกชม เป็นแหล่งหากินของสัตว์กินพืชอื่นๆ ซึ่งเป็นสัตว์แหล่งอาหารสำคัญของเสือ
เรื่องนี้สำคัญทีเดียว ยกตัวอย่าง เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างสมเสร็จ ซึ่งมีอุปนิสัยชอบกินยอดและใบพืชต่างๆ เมื่อสมเสร็จต้องการสำรวจเส้นทางอาหารใหม่ มันจะเลือกกินพืชในเส้นทางนั้นแต่ละต้นเพียงไม่กี่ใบ หรือเลือกกินเฉพาะยอดไม้ของต้นที่มันเดินผ่าน สัญชาตญาณกำหนดให้มันมีพฤติกรรมการกินเช่นนั้นเพราะ ไม่แน่ใจว่าพืชชนิดใดบ้างที่มีพิษหรือทำให้ท้องไส้ของมันปั่นป่วนได้ และสำรวจเส้นทางหากินดินเพื่อดูดซับพิษไปด้วยในคราวเดียวกัน การเลือกพืชอย่างหลากหลายทำให้มันลดความเสี่ยงลง จนกว่ามันจะแน่ใจว่า ว่าเส้นทางนั้นปลอดภัย
สมเสร็จเป็นสัตว์ป่าสำคัญที่มีส่วนช่วยในการกระจายพันธุ์ของเมล็ดไม้ป่า และมีงานวิจัยของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า สมเสร็จกินผลไม้ขนาดเล็กที่หล่น รวมทั้งผลไม้ขนาดใหญ่ เช่น ทุเรียน และขนุนอีกด้วย สมเสร็จจะเป็นสัตว์ที่ถ่ายมูลซ้ำที่เดิม โดยพบมากที่สุดบริเวณสันเขา นอกจากนี้สมเสร็จยังมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันโดยการขูดดินแปะกลิ่นเป็นข้อความถึงเพื่อนรวมสายพันธุ์ อาจจะเป็นการบอกว่าพืชบริเวณนี้เคยชิมมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อสมเสร็จและสัตว์กินพืชอื่นๆ ช่วยกันเพิ่มความเขียวชอุ่มให้ป่าได้มากพอ การแพร่ขยายพันธุ์ก็ตามมา จำนวนของสัตว์กินพืชที่เป็นเหยื่อนี่เอง ถือเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดสัตว์ผู้ล่าอย่างเสือสายพันธุ์ต่างๆ ตามมา เพราะกว่าเสือในป่าแต่ละตัวจะมีชีวิตรอดจนเติบโตขึ้นขยายเผ่าพันธุ์ได้นั้น แต่ละตัวต้องสร้างอาณาเขตอาศัยเป็นของตัวเอง อาจจะกว้างหลายตารางกิโลเมตร
เส้นทางป่าที่เสือสำรวจเป็นแหล่งหากินนั้น เป็นเส้นทางที่มันรู้จักดี เพราะการสังเกตและจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นทุกตารางเมตรของป่า คือโอกาสในการเอาตัวรอด แม้เสือจะอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ดำรงชีพด้วยการกินสัตว์พืช อย่างเช่น หมูป่า กวาง เก้ง หรือกระทั่งสมเสร็จ แต่อาหารที่ต้องหามาประทังชีพในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์นั้น ล้วนแต่ต้องใช้ความพยายามที่คาดไม่ถึง
เสืออย่างเสือโคร่งตัวเต็มวัยต้องกินเนื้อถึง 40 กิโลกรัมในหนึ่งครั้ง เท่ากับต้องกินเก้งถึง 3 ตัว/สัปดาห์ จึงจะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย หากกินกวาง 1 ตัว อาจอยู่ได้ทั้งสัปดาห์ แต่การล่าเหยื่อแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย สัตว์ที่เป็นเหยื่อแต่ละชนิด ต่างชำนาญพื้นที่ (แบบเดียวกับสมเสร็จ) จึงสามารถหลบหนีได้อย่างแคล่วคล่องว่องไว และบางชนิดยังมีระบบป้องกันตัวที่ซับซ้อน
การล่าเหยื่อที่เป็นตัวเต็มวัยจึงประสบความสำเร็จได้ยาก มีโอกาสเพียงอาจจะแค่ 10% เท่านั้น เสือจึงมีเป้าหมายการล่าอยู่ที่การคอยสังเกตสัตว์ตัวอื่นๆ ที่สามารถจับมาเป็นเหยื่อได้ ซึ่งมักจะหมายถึงตัวที่เจ็บป่วยหรืออ่อนแอเป็นหลัก การเฝ้าสังเกต มองหาโอกาส จึงเป็นปัจจัยในการเอาตัวรอดที่สำคัญมาก
เผ่าพันธุ์เสือตามธรรมชาติแต่ละชนิด จะอยู่รอดหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของป่าและระบบนิเวศที่อาศัยเป็นสำคัญ
กรณีของเสือดาวหรือเสือดำซึ่งเป็นเสือชนิดเดียวกัน จึงยิ่งน่าเสียดาย เพราะ คือ เมื่อเสือดาวออกลูก 3 ตัว จะมีลายดาว 2 ตัว และมีสีดำ 1 ตัว ทั้ง 3 ตัวจะรอดเพียง 1 ตัว ซึ่งเสือดำอ่อนแอกว่าเพราะมันจะแยกตัวไปไม่รวมฝูง และจะไม่เดินกับเสือดาว ดังนั้นเสือดำจะอ่อนแอกว่าเสือชนิดอื่นๆ โอกาสรอดจึงน้อยลงตามไปด้วย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานทางวิชาการ ระบุด้วยว่า นอกจากมองหาโอกาสในการล่าแล้ว สัตว์ผู้ล่ายังต้องประเมินความเสี่ยงจากการถูกล่าจากมนุษย์อีกด้วย หากถูกล่าหรือพบภัยจากมนุษย์ผู้ที่ถูกล่า อาจจะทิ้งข้อความไว้ (แบบเดียวกับสมเสร็จ) บอกให้ตัวอื่นๆ หลีกเลี่ยงใช้เส้นทางนั้นหากิน
แม้กรณีเสือดำถูกยิงตายที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จะเป็นข่าวสุดสลดตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่หวังว่าท่ามกลางความเศร้าโศกนั้น จะก่อให้เกิดด้านบวกในอีกแง่หนึ่ง เกิดกระแสความสนใจในชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าโดยเฉพาะเสือดำหรือเสือดาวในป่า เกิดกระแสความหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติของไทยในวงกว้าง







