posttoday
วัคซีนต้านมะเร็ง

วัคซีนต้านมะเร็ง

18 กุมภาพันธ์ 2561

ปัจจุบันมะเร็งเป็นสาเหตุสำคัญที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1

โดย นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งฯ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัจจุบันมะเร็งเป็นสาเหตุสำคัญที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 และยิ่งในวาระที่ประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในเร็วๆ นี้ เราควรตระหนักถึงสถิติที่น่าตกใจของโรคมะเร็งในปัจจุบัน ซึ่งก็คือโอกาสที่พวกเราคนไทยทุกคนจะเป็นมะเร็งในช่วงชีวิตของเราจะสูงถึง 40% หรืออาจคาดการณ์ได้ว่าในคนไทยทุกๆ 2-3 คน  เมื่อมีอายุสูงขึ้นจะมีผู้โชคร้ายเป็นมะเร็ง 1 คน

เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าโรคมะเร็งนั้นทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นจากตัวโรคเอง แต่ยังเกิดจากวิธีการรักษาแบบต่างๆ ในปัจจุบัน เช่น การให้ยาเคมีบำบัด การผ่าตัด หรือฉายแสง ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดผลแทรกซ้อนสูง มีผู้ป่วยหลายต่อหลายคนถึงขั้นเสียชีวิตจากผลแทรกซ้อนของการรักษาแผนปัจจุบันเหล่านี้ นอกจากนี้ประสิทธิภาพในระยะยาวของการรักษาเหล่านี้ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร มีผู้ป่วยจำนวนมากเกิดการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งขึ้นมาอีกหลังจากการรักษา ทำให้ทุกคนมีคำถามอยู่ในใจว่า แล้วเราจะมีความหวังที่จะรอดพ้นจากโรคร้ายนี้อย่างไม่ทุกข์ทรมานในอนาคตแค่ไหน วันนี้เรามีข่าวดีที่จะมาช่วยสร้างความหวังให้กับคนไทยทุกคน

เมื่อไม่นานมานี้มีการค้นพบองค์ความรู้ใหม่ที่ถือได้ว่าเป็นความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ในวงการแพทย์เลยทีเดียว นั่นก็คือการค้นพบว่าภูมิต้านทานของคนเราไม่ได้มีไว้เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคเพียงอย่างเดียว แต่ภูมิต้านทานยังมีหน้าที่ในการป้องกันและต่อสู้กับมะเร็งอีกด้วย ดังนั้นในปัจจุบันนี้จึงอาจเรียกได้ว่าโรคมะเร็งเป็นโรคของความบกพร่องของภูมิต้านทานซึ่งไม่สามารถควบคุมให้มะเร็งที่เกิดขึ้นมาในระยะเริ่มต้นฝ่อไปทำให้มะเร็งค่อยๆ ลุกลามและแพร่กระจายในที่สุด

การค้นพบนี้ทำให้เกิดการพัฒนาวิจัยจนเกิดเป็นข่าวดีคือความสำเร็จในการพัฒนาการรักษามะเร็งด้วยวิธีใหม่โดยใช้ภูมิต้านทานในตัวของเราเองเป็นตัวต่อต้านและกำจัดมะเร็ง การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดแบบนี้หรือที่เรียกอย่างง่ายๆ ว่า “ยาภูมิต้านมะเร็ง” ถือว่าเป็นความหวังที่สำคัญที่สุดของยุคนี้ในการรักษามะเร็งเนื่องจากเป็นการใช้กลไกทางธรรมชาติของร่างกายเข้ามาต่อสู้กับมะเร็ง ซึ่งมีข้อดีที่สำคัญๆ อยู่ 3 ประการ คือ มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง มีผลแทรกซ้อนต่ำ และมีผลยั่งยืนกว่าวิธีการรักษาอื่นๆ เนื่องจากภูมิต้านทานที่สามารถต่อสู้กับมะเร็งจะอยู่กับตัวเราไปได้นาน

การทำให้ภูมิต้านทานของเรามีความสามารถในการต่อสู้กับมะเร็งนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการฉีดวัคซีนเพื่อปลุกให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับมะเร็ง การฉีดวัคซีนแบบนี้แตกต่างกับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ เพราะการฉีดวัคซีนรักษามะเร็งไม่ใช่การป้องกันการเกิดโรคมะเร็งแต่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเราเป็นมะเร็งแล้ว จริงๆ แล้ววัคซีนต้านมะเร็งได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นเวลานานแล้วแต่ก็ประสบกับความล้มเหลวมาตลอด

จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ได้มีนวัตกรรม 2 อย่างถือกำเนิดขึ้นมาซึ่งทำให้การรักษามะเร็งด้วยวัคซีนกลับมีความหวังขึ้นมาและทำให้วัคซีนต้านมะเร็งเป็นวิธีที่สำคัญในอนาคตของการรักษามะเร็ง และที่พิเศษไปกว่าวัคซีนที่เรารู้จักกันขึ้นไปอีกคือวัคซีนรักษาโรคมะเร็งแบบใหม่นี้จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างจำเพาะเพื่อรักษาผู้ป่วยแต่ละคน โดยวัคซีนจะมีส่วนผสมที่จำเพาะต่อผู้ป่วยคนนั้นๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นวัคซีนเฉพาะบุคคล

วัคซีนต้านมะเร็ง

ทีนี้เราจะมาอธิบายกันว่าวัคซีนต้านมะเร็งเฉพาะบุคคลนี้ทำงานอย่างไร โดยเริ่มต้นจากความรู้ที่ว่ามะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนต่างๆ ในเนื้อมะเร็ง การกลายพันธุ์ของยีนเหล่านี้จะทำให้เกิดการสร้างโปรตีนที่มีรูปร่างหน้าตาผิดปกตินับสิบนับร้อยนับพันแบบอยู่ในเนื้อมะเร็ง โปรตีนที่ผิดปกติเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเชื้อโรคที่เป็นสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในร่างกายของเรา โดยธรรมชาติภูมิต้านทานของเราจะทำการตรวจหาสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้อยู่ตลอดเวลาและกำจัดออกไป แต่ก็เป็นเพราะว่ามะเร็งมีความสามารถในการหลบเลี่ยงการตรวจพบและกำจัดโดยภูมิต้านทานของเรา

โดยกลไกที่เปรียบเสมือนว่ามะเร็งมีการปลอมตัวให้มีหน้าตาเหมือนกับเนื้อปกติทำให้ภูมิต้านทานของเราตรวจพบไม่เจอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ภูมิต้านทานไม่สามารถกำจัดเนื้อร้ายเหล่านี้ได้ ดังนั้นถ้าเราสามารถตรวจพบรูปแบบการกลายพันธุ์แบบต่างๆ ของมะเร็งและนำมาสร้างเป็นวัคซีนที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนของโปรตีนหลายๆ ชนิดที่กลายพันธุ์ไปในเนื้อมะเร็งของผู้ป่วย เมื่อฉีดวัคซีนนี้เข้าไปก็จะทำให้ภูมิต้านทานของผู้ป่วยถูกกระตุ้นให้กลับมาต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมซึ่งก็คือเนื้อมะเร็งของเขาเอง และที่สำคัญเนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งแต่ละคนจะมีการกลายพันธุ์ของเนื้อมะเร็งไม่เหมือนกัน ทำให้วัคซีนต้านมะเร็งแบบนี้ต้องถูกสร้างขึ้นมาเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน เปรียบเทียบได้กับผู้ป่วยที่มีเชื้อโรคแปลกปลอมอยู่ในร่างกายแตกต่างกัน ทำให้ต้องได้รับยาปฏิชีวนะขนานต่างๆ ไม่เหมือนกัน

นวัตกรรม 2 อย่างที่ทำให้แพทย์สามารถสร้างวัคซีนต้านมะเร็งเฉพาะบุคคลขึ้นมาได้ก็คือ เทคโนโลยีแบบใหม่ในการถอดรหัสทางพันธุกรรมของเนื้อมะเร็งและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำนายชิ้นส่วนของโปรตีนกลายพันธุ์ในเนื้อมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละคน เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการนำเทคโนโลยีในการถอดรหัสทางพันธุกรรมที่เรียกว่า Next Generation Sequencing หรือ NGS เข้ามาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในวงการวิจัยทางการแพทย์

แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาโรคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเราก็สามารถใช้วิธีการที่ทันสมัยนี้มาใช้ในการถอดรหัสการกลายพันธุ์จากเนื้อมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละคนได้ แต่เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากการถอดรหัสการกลายพันธุ์นี้มีความซับซ้อนมากเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ที่จะวิเคราะห์แปลผล ทำให้ต้องมีการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาสำหรับใช้ทำนายชิ้นส่วนของโปรตีนกลายพันธุ์ที่มีโอกาสกระตุ้นภูมิต้านทานได้อย่างสูง ด้วยการผนวกนวัตกรรมทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกันจึงทำให้เราสามารถสร้างข้อมูลเพื่อ
นำมาใช้ในการพัฒนาวัคซีนเพื่อรักษามะเร็งเฉพาะบุคคลดังกล่าว

ประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของวัคซีนต้านมะเร็งเฉพาะบุคคล?

มีรายงานเบื้องต้นของการใช้วัคซีนเฉพาะบุคคลเพื่อรักษาโรคมะเร็งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเยอรมนี พบว่าวัคซีนนี้มีประสิทธิภาพสูงช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งและมีผลข้างเคียงต่ำ เหตุผลที่ว่าทำไมวัคซีนต้านมะเร็งถึงมีผลข้างเคียงต่ำ ก็เนื่องมาจากวัคซีนต้านมะเร็งเฉพาะบุคคลนี้จะกระตุ้นภูมิต้านทานที่มีความจำเพาะต่อเนื้อมะเร็งที่มีการกลายพันธุ์ในผู้ป่วยคนนั้นๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อเนื้อปกติของผู้ป่วย

วัคซีนต้านมะเร็งในประเทศไทยหรือยัง?

อย่างไรก็ตาม การรักษาแบบนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองและยังไม่ได้อยู่ในเวชปฏิบัติ  ขณะนี้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านชีววิทยาเชิงระบบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังดำเนินการวิจัยวิเคราะห์หาการกลายพันธุ์จากเนื้อมะเร็งเพื่อนำมาผลิตเป็นวัคซีนและหวังว่าจะสามารถทำการวิจัยทางคลินิกในผู้ป่วยจริงได้ภายใน 3 ปี 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี