
จ่อขายหุ้นกู้แสนล.
ธุรกิจจ่อออกหุ้นกู้ 1 แสนล้าน นำเงินคืนหนี้-ทุนหมุนเวียนขยายธุรกิจ ล็อกต้นทุนดอกเบี้ย กลุ่ม “เจ้าสัวเจริญ” มากสุด
ธุรกิจจ่อออกหุ้นกู้ 1 แสนล้าน นำเงินคืนหนี้-ทุนหมุนเวียนขยายธุรกิจ ล็อกต้นทุนดอกเบี้ย กลุ่ม “เจ้าสัวเจริญ” มากสุด
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 12-16 ก.พ. 2561 บริษัทจดทะเบียนทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้มีวงเงินรวมกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท
บริษัทที่ยื่นขอขายหุ้นกู้ เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ให้อันดับเครดิตที่A+ (Tha) จ่ายดอกเบี้ย 3% บริษัท โนเบิลดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) วงเงิน 1,500 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ย 4.30% บริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) ออกหุ้นกู้ 2 ชุดอายุ 5 ปี วงเงิน 1,000 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 2.35% และอายุ 10 ปี วงเงิน 1,250 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ลงทุนในอัตรา 3.43%
บริษัท จี แคปปิตอล วงเงิน 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นหุ้นกู้ไม่มีเรตติ้ง จ่ายดอกเบี้ย 6% บริษัท ซีออยล์ เป็นหุ้นกู้มีประกัน อายุ 2 ปี จ่ายดอกเบี้ย 5.90% บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง 2 ชุด วงเงิน 600 ล้านบาท อายุ 2 ปี จ่ายดอกเบี้ย 2.28% และอายุ 3 ปี วงเงิน 1,800 ล้านบาท จ่ายอัตราดอกเบี้ย 2.31% และ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ อายุ 3 ปี วงเงิน 2,000 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 2% บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง ออกหุ้นกู้วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายอัตราดอกเบี้ย 2.86% และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) โครงการหุ้นกู้ระยะสั้น วงเงิน 6,000 ล้านบาท
บริษัท ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันชุดใหม่ ให้กับบริษัทในเครือของนายเจริญสิริวัฒนภักดี ซึ่งบริษัทจะนำเงินไปคืนหนี้และทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจ คือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ที่จะออกหุ้นกู้ 5 หมื่นล้านบาท ที่ระดับ “AA” ปี 2560 บริษัทมีรายได้ 1.89 แสนล้านบาท ลดลง 0.02% จากปีที่ผ่านมา และแนวโน้มเงินกู้สูงขึ้นจากการซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์หลายกิจการช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียลคอนเน็คชั่น จะออกหุ้นกู้ 6,000 ล้านบาทโดยบริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ไปใช้ชำระหนี้หุ้นกู้
นายชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสคอร์ปอเรทไฟแนนซ์ บริษัท บัตรกรุงไทย กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงจำเป็นต้องบริหารต้นทุนให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยจะเน้นการหาต้นทุนการเงินที่ตํ่าและล็อกต้นทุนให้
ยาวขึ้น เพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ อีกทั้งขณะนี้ดอกเบี้ยยังต่ำและสภาพคล่องในระบบยังสูง การออกหุ้นกู้จังหวะนี้จึงเป็นเรื่องดี และตอนนี้ในพอร์ตมีหุ้นกู้อายุ 10 ปี กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท







