posttoday
หนังเบิกฟ้า ฉายชีวิต ประยูร หงษาธร

หนังเบิกฟ้า ฉายชีวิต ประยูร หงษาธร

18 กุมภาพันธ์ 2561

“ประยูร หงษาธร” อยู่ในแวดวงวรรณกรรมมานานนับตั้งแต่ตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาวิชาเอกภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

โดย นกขุนทอง

“ประยูร หงษาธร” อยู่ในแวดวงวรรณกรรมมานานนับตั้งแต่ตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาวิชาเอกภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีครูเป็นนักเขียนซีไรต์ (ไพฑูรย์ ธัญญา) เคยผ่านการใช้ชีวิตที่หุบเขาฝนโปรยไพรของนักเขียนผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ คือ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ฝึกปรือฝีปากกาผ่านงานเขียนแขนงต่างๆ จนในที่สุดได้เวลาเบิกฤกษ์ มีผลงานเขียนเล่มแรกของตัวเองชื่อ “หนังเบิกฟ้า”

“ไม่ได้เร่งตัวเอง ไม่ได้ตั้งธงว่าในช่วงอายุเท่านั้นเท่านี้ต้องมีหนังสือกี่เล่ม คิดเอาแบบสบายๆ ตัวเองว่า ถึงเวลาก็คงมีหนังสือออกมาเองนั่นแหละ

จริงๆ เขียนมาเรื่อย บทความบ้าง สารคดีบ้าง เพียงแต่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน อีกอย่างคือการงานประจำในหลายปีก่อนหน้านี้ ต้องดูต้องอ่านงานเขียน-งานแปลต้นฉบับของนักเขียน-นักแปลคนอื่นๆ อยู่ เลยติดอยู่กับการอ่านงานพวกนั้น เพราะมันต้องใช้เวลาและแรงพลังเยอะเหมือนกันกว่าจะเข็ญหนังสือแต่ละเล่มออกมา

จากการทำงานปล่อยสำนักพิมพ์ เราได้อ่านงานคนอื่นอยู่เรื่อยๆ  เป็นการอ่านแบบสายตาบรรณาธิการที่ต้องอ่านให้ลึก ให้ทะลุงานเขียนแต่ละชิ้นให้มากที่สุด อ่านให้เห็นข้อบกพร่องต่างๆ ในงานชิ้นนั้นๆ เพื่อจะอีดิตขัดเกลากันต่อไป ซึ่งอะไรเหล่านี้ทำให้เกิดอาการเกร็งเมื่อคิดเขียนงานของตัวเอง

เคยลองเขียนนิยายอยู่สามสี่เรื่อง เขียนไปได้เรื่องละสี่ห้าบท ก็ปล่อยก็วาง ไปต่อไม่ได้ ดูมันจริงจังไปหมด กลับไปอ่านไม่สนุก พอเราไม่สนุกก็ไม่นึกอยากเขียนต่อ สุดท้ายจึงทิ้งไป แล้วหันกลับมากระตุ้นเพื่อนคนอื่นๆ ให้เขาเขียนมาให้เราอ่านดีกว่า อันนี้ตอบแบบเท่ๆ นะครับ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เราเองก็ขี้เกียจ หย่อนยานต่อวินัยการเขียน เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ 20 ปี หากให้นับตั้งแต่การคลุกคลีอยู่กับแวดวงหนังสือ”

หนังเบิกฟ้า ผลงานเขียนที่กลั่นออกมาจากชีวิตวัยเยาว์ บ่มเพาะด้วยประสบการณ์ ก่อนเขียนออกมา “เป็นประสบการณ์วัยเด็กอย่างหนึ่งที่เมื่อนึกถึงบรรยากาศของมันทีไรก็มีความสุขทุกที มันเป็นโลกวัยเยาว์ที่เราไม่สามารถได้พบเจออีกแล้วในชีวิตนี้

หนังกลางแปลงมีบทบาทต่อผู้คนในหมู่บ้าน ซึ่งในยุคนั้น (หมายถึงบริบททางเวลาในหนังสือ) ยังไม่มีไฟฟ้าใช้มหรสพก็มีหนังกลางแปลงและหมอลำที่เข้ามาถึงหมู่บ้าน การมาแต่ละครั้งก็นำสีสันความตื่นเต้นมาให้หมู่บ้านได้เสพซับกันอย่างบันเทิงใจ

ประสบการณ์ในส่วนนี้เคยนำไปเล่าในวงเพื่อนๆ หลายครั้ง ทุกคนที่ฟังสนุกสนานเห็นสีสันบรรยากาศตามไปกับเรา บางคนยุให้เขียนเป็นเล่ม วันหนึ่งเลยลงมือเขียนมันออกมา

หนังเบิกฟ้า ฉายชีวิต ประยูร หงษาธร

อยากบอกเล่าความรู้สึกในวัยเยาว์ของเราที่มีต่อบางสิ่งบางอย่าง อยากบันทึกช่วงหนึ่งของชีวิตผ่านเรื่องเล่าเอาไว้ ว่าโลกวัยเด็กของเราเราได้สัมผัสได้ผ่านได้ซึมซับอะไรมา มันเป็นโลกของความสวยงาม โลกของความเดียงสา ก่อนที่สิ่งต่างๆ จะหลากไหลเข้ามาในชีวิตเมื่อเราค่อยๆ เติบโตขึ้น

จริงๆ แล้วความประทับใจในวัยเด็กของแต่ละคนนั้นมีเยอะมาก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกโฟกัสที่เรื่องอะไร ในหนังเบิกฟ้า เลือกเล่าถึงสีสันอันคลาสสิกของหนังกลางแปลง ซึ่งมีรายละเอียดและเสน่ห์เฉพาะตัวของมัน แต่นับวันก็ยิ่งหาดูได้ยาก ก็หวังว่าเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะนำพาผู้อ่านที่เคยมีประสบการณ์กับหนังกลางแปลงได้กลับไปเยี่ยมวัยเยาว์ ของพวกเขาบ้าง”

ปัจจุบันสิ่งที่เล่าในหนังสือ วิถี วัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ ได้เปลี่ยนไป หากยังมีบางอย่างที่ร่วมยุคสมัย “บางสิ่งไม่ใช่แค่เปลี่ยน แต่หายไปเลยก็มีอย่างเช่น ความเชื่อเรื่องผีทั้งหลายในหนังเบิกฟ้า ผีบางชนิดที่ถูกหยิบยกนำมาเล่า ทุกวันนี้ก็ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แม้แต่ผีก็ยังตาย นี่คือความเป็นอนิจจัง

ส่วนวิถีชีวิตของชาวบ้านนั้นไม่เปลี่ยนไปเท่าไร หมู่บ้านยังเป็นชนบทเกษตรกรรมเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต (ฮา) ชาวบ้านมีความรู้กว่าแต่ก่อน ไม่ได้ใสซื่ออะไรมากมาย ทั้งยังกล้าแสดงความคิดเห็นต่อโลกภายนอกมากขึ้นๆ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ส่วนโลกของเด็กยุคนี้ไม่มีหนังกลางแปลงเข้าไปในหมู่บ้านให้พวกเขาได้ตื่นเต้นกันอีก

บุคลิกของชาวบ้านคือ คาแรกเตอร์แบบชาวบ้านอีสานก็ไม่ค่อยเปลี่ยน คิดเห็นและแสดงออกคล้ายๆ กันไปหมด อยู่ที่ว่าจะเลือกหยิบจับมุมไหนมาเล่า ซึ่งเราเชื่อว่าหากคนอีสานได้อ่านหนังสือเล่มนี้ พวกเขาจะรู้สึกร่วม ทั้งเห็นว่าเหตุการณ์และผู้คนในเรื่องนี้นั้นไม่ต่างจากหมู่บ้านของพวกเขาแต่อย่างใด ตรงนี้แหละที่เป็นความร่วมสมัยในมุมมองของเรา”

ประยูรเรื่องเล่าผ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เสมือนตอนนั่งเล่าให้เพื่อนพี่น้องฟังยามชุมนมวรรณกรรมต่างๆ “ผม ในหนังเบิกฟ้าคือคนเล่าเรื่อง อาจจะเป็นคนเขียนจริงๆ หรือเป็นเพียงตัวละครตัวหนึ่งก็ได้ และผม เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่งที่ให้ความใกล้ชิดกับคนอ่านมากที่สุด ขณะที่อ่านก็เหมือนกับว่าได้นั่งฟังเรื่องราวต่างๆ จากปากคนเล่าเรื่องโดยตรง ซึ่งวิธีการนี้ หากเล่าสนุกคนฟัง (คนอ่าน) ก็อยากนั่งฟังต่อ ลุ้นว่าเหตุการณ์มันจะดำเนินต่อไปอย่างไร แต่หากคนเล่าไม่สนุก เล่าไม่เป็น เรื่องก็จะกร่อย น่าเบื่อ และคนฟังก็จะลุกหนีไปก่อนเรื่องจะจบ”

หนังเบิกฟ้า จะเข้าไปสัมผัสเบิกใจผู้อ่านให้สนุกสนานกับบรรยากาศในวัยเยาว์ได้อีกครั้ง และสำหรับคนที่ไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์ดูหนังกลางแปลง ไม่เข้าใจวัฒนธรรมอีสาน หนังเบิกฟ้าจะเป็นหนังจอใหญ่ให้คุณได้สัมผัส แล้วคุณจะอยากให้บรรยากาศเหล่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท