
ณ พรม เก๋ไก๋ ลายผ้าทอ
สวยเก๋เหมาะกับสาวๆ ยุคใหม่เป็นคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ “ณ พรม”
สวยเก๋เหมาะกับสาวๆ ยุคใหม่เป็นคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ “ณ พรม” ที่พอได้เห็นของจริงแล้ว ใครต่อใครเป็นได้ถูกตาต้องใจไปตามๆ กัน ด้วยผลงานออกแบบที่นำเอาผ้าทอลาวครั่งแห่งอุทัยธานีมาสร้างสรรค์เครื่องประดับเก๋ไก๋สะดุดตา
ทัศนากาญ แสนพรหม เจ้าของแบรนด์ “ณ พรม” (Na Prom) เล่าที่ไปที่มาจากโครงการที่นำเสนอเมื่อครั้งเรียนอยู่ชั้นปี 4 สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเลือกการออกแบบหนังสือด้วยการนำเสนอวัฒนธรรมและของดีที่บ้านเกิด นั่นคือลายผ้าทอแห่ง จ.อุทัยธานี กลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้หลงรักการทอผ้า
ทัศนากาญ หัดทอผ้าไปด้วยควบคู่กับการเรียน โดยคิดอยู่เสมอว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องหาทางกลับไปพัฒนาผ้าทอ สืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่มีความสวยงาม และอยากทำให้คนรู้จักคุณค่าของสิ่งที่เป็นมรดกที่มีมายาวนาน
“เราอยากจะพัฒนาบ้านเกิด เพราะสิ่งที่คิดเสมอคือ อยากกลับไปอยู่บ้าน จะทำยังไงที่จะทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ทำให้ได้อยู่กับครอบครัว และที่สำคัญได้พัฒนาของดีที่บ้านเกิดให้เป็นที่รู้จักได้ด้วย แล้วถ้าทำสิ่งนี้สำเร็จก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ คิดถึงสิ่งดีงามที่บ้านเกิด อยากกลับไปดูแลครอบครัว”
ทัศนากาญ เริ่มต้นจากแนวคิดอยากพัฒนาผ้าทอลาวครั่ง ซึ่งแต่เดิมส่วนใหญ่มักจะเห็นในรูปแบบของ “ผ้าถุง” จึงมีความคิดอยากปรับเปลี่ยนให้เป็นของใช้อย่างอื่นได้ด้วย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมากขึ้น รวมทั้งสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวันได้ด้วยจึงเกิดแบรนด์ “ณ พรม” ขึ้น
กรมการพัฒนาชุมชน ถือเป็นแรงผลักดันที่สำคัญมาก หรือพูดง่ายๆ คือ ที่ทุกคนรู้จักแบรนด์ “ณ พรม” ได้ทุกวันนี้ เพราะการได้เข้าร่วมโครงการ อินโน โอท็อป ที่สนับสนุนโดยกรมการพัฒนาชุมชน จนถึงทุกวันนี้กรมก็ยังคงคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาทำให้เราเติบโตได้อย่างมีความเชื่อมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดผลงานต่อไป
ทัศนากาญ ได้นำแนวคิด อีโค ดีไซน์ มาใช้ในผลงาน คือการคัดสรรลายผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บและผ้าที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ นำมาสร้างสรรค์ให้เข้ากับการแต่งกายที่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน โดยนำมาทำเป็น “ต่างหู” และเครื่องประดับเก๋ๆ ทำให้การใส่ชุดผ้าไทยดูเก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร
ปัจจุบันส่งขายตามแหล่งท่องเที่ยว และกำลังมองหาตลาดเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย







