
ผู้ประกอบการยืนยันโครงการ พัฒนาเกาะช้าง 3 พันล.
ปัจจุบัน อ.เกาะช้าง จ.ตราด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปีละเกือบ 2 ล้านคน
โดย จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์
ปัจจุบัน อ.เกาะช้าง จ.ตราด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปีละเกือบ 2 ล้านคน และสร้างรายได้ให้ จ.ตราด ปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท อีกทั้งในแต่ละปีมีอัตราการเติบโตสูงถึง 10% แต่สำหรับความรู้สึกของภาคเอกชน จ.ตราด พวกเขาคิดว่าภาครัฐไม่ได้ให้การส่งเสริมเท่าที่ควร เพื่อเพิ่มศักยภาพเกาะช้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ในวาระที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.ตราด ช่วงต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา องค์กรภาคเอกชนจึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีสนับสนุนและพัฒนาให้เกาะช้างมีความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยวโดยของบประมาณดำเนินโครงการ 7 ประการ จำนวน 3,331,711,680 ล้านบาท ดังนี้ 1.โครงการถนนเชื่อมรอบเกาะช้าง งบประมาณ 2,500 ล้านบาท 2.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว งบประมาณ 418 ล้านบาท 3.โครงการปรับปรุงโรงคัดแยกขยะมูลฝอย งบประมาณ 61 ล้านบาท
4.โครงการศึกษาเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสีย งบประมาณ 20 ล้านบาท 5.โครงการศึกษาพร้อมออกแบบพัฒนาท่าเรือสาธารณะให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
6.โครงการพัฒนาระบบสาธารณสุข 309 ล้านบาท 7.โครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกกำลังคนเพื่อเตรียมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการงบประมาณ 6.3 ล้านบาท
ข้อเสนอนี้ ทำให้ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่เดิมทางมาล่วงหน้าและได้รับข้อเสนอเบี้องต้นได้สะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาเกาะช้างในอีกมุมมองหนึ่ง และตั้งคำถามกับภาคเอกชนของ จ.ตราด ไว้น่าสนใจ
“การนำเสนอปัญหาความต้องการของภาคเอกชนทางรัฐบาลพร้อมรับฟัง แต่ต้องฟังข้อเสนอจากประชาชนด้วย ว่าต้องการอย่างไร ซึ่งหากจะสร้างสะพานและถนนรอบเกาะช้างจะทำให้เกาะช้างกลายเป็นเกาะฮ่องกงที่มีแต่ตึกระฟ้า และมีสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม หรือต้องการให้เกาะช้างมีสภาพที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ”
ข้อทักท้วงของ รมว.ท่องเที่ยวฯ มีจุดที่น่าสนใจคือ ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเกาะช้างปีละ 2 ล้านคน รายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท หากให้เกาะช้างเป็นเกาะที่มีลักษณะพิเศษ ที่มีแหล่งธรรมชาติสูงและควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ก็น่าจะกำหนดกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ และให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์จะสร้างรายได้มากกว่า
“วันนี้ชาวเกาะช้างและผู้ประกอบการต้องหารือกันว่าจะกำหนดให้เกาะช้างเป็นเช่นใด การจะทำให้เกาะช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนยังสามารถทำได้ ส่วนที่ภูเก็ตและเกาะสมุยไม่สามารถทำให้กลับคืนมาได้แล้ว แต่เกาะช้างทำได้เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติจึงน่าจะสามารถทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างจากที่อื่นๆ เกาะช้างก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบของกลุ่มประเทศอาเซียนได้ หรือที่เกาะกูดที่จะควบคุมไม่ให้นักท่องเที่ยวเกินความต้องการยิ่งดี เพราะจะเกิดเสน่ห์กับเกาะกูด เพราะเกินจำนวนที่ต้องการก็เดินทางไปไม่ได้ เหมือนอย่างที่ประเทศภูฏานที่ควบคุมจนเกิดความสำเร็จอย่างแท้จริง”
อย่างไรก็ตาม มุมมอง วันรุ่งขนรกุล กำนัน ต.เกาะช้าง บอกว่า สิ่งที่ชาวเกาะช้างได้เสนอไปทั้ง 7 เรื่องนั้น ยอมรับได้และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่รับจะจัดการให้ในหลายโครงการ และจะเร่งรัดให้ทั้งเรื่องถนนรอบเกาะช้างและอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวจะเกิดผลดีต่อความเป็นอยู่ชาวเกาะช้างโดยตรง เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลก็มีการเสนอไปแล้วแต่ทำไม่ได้หรือล่าช้ามาก โดยเฉพาะเรื่องปัญหาที่ดินเกาะช้างที่มีการทับซ้อนกับที่ดินของภาครัฐคือ ที่ดินของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และที่ดินกองทัพเรือที่ยังมีการฟ้องร้องจากภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาชาวเกาะช้างอายุกว่า 70 ปี อยู่ทำกินมาก่อนที่อุทยานฯ เกาะช้างจะประกาศในปี 2525 หรือทหารเรือที่เข้ามาอ้างสิทธิทางความมั่นคง วันนี้นายกรัฐมนตรีรับจะแก้ไขปัญหาให้จึงเป็นเรื่องดี
ด้าน จักรพรรดิ ตะเวทิกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวว่า พอใจระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องถนนรอบเกาะช้างที่ได้ข้อสรุปจากปากของนายกรัฐมนตรีเอง และรัฐมนตรีที่เป็นเจ้าของเรื่องก็รับรู้และได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีแล้ว ว่ารับไปดำเนินการทั้ง 7 ด้าน ส่วนเรื่องน้ำบนเกาะช้างถ้าได้อ่างเก็บน้ำปัญหาการขาดแคลนน้ำก็จะหมดไป และไม่ต้องใช้น้ำบาดาลหรือจากน้ำในแหล่งธรรมชาติอีก ส่วนเรื่องขยะ และน้ำเสีย น่าจะดีกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่า จะส่งผลดีต่อภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยว ส่วนเรื่องท่าเรือสาธารณะที่มีมาตรฐานจะทำให้สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ รวมทั้งการขนส่งนักท่องเที่ยวจากฝั่งมายังเกาะช้างได้สะดวกมากขึ้น และมั่นใจว่า โครงการเหล่านี้จะทำได้รวดเร็ว เช่น เรื่องถนนรอบเกาะช้าง
ขณะที่ ประธาน สุรกิจบวร รอง ผวจ.ตราด เปิดเผยว่า การพัฒนาเกาะช้างยังต้องมองในเรื่องของการอนุรักษ์เป็นหลักใหญ่ และทาง จ.ตราด ไม่สนับสนุนเรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะช้าง แต่จะสร้างท่าเรือสาธารณะขึ้นเพื่อขนถ่ายนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง โดยไม่ขนรถยนต์ส่วนตัว เรื่องถนนรอบเกาะช้างก็จะเลือกเส้นทางเก่าที่ได้เคยทำไว้แล้ว และไม่กระทบสิ่งแวดล้อม โดยช่วงที่ผ่านพื้นที่อุทยานหมู่เกาะช้าง ก็จะให้กรมอุทยานฯ เป็นผู้ดำเนินการเอง ส่วนเรื่องการพัฒนาอื่นๆ นั้น เช่น อ่างเก็บน้ำและขยะ รวมทั้งน้ำเสียจะเป็นโครงการที่ไม่กระทบกับสภาพแวดล้อมทั้งหมด ซึ่ง จ.ตราด ยังคงรักษาเกาะช้างให้เป็นเกาะที่มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและมุ่งรักษาสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด
หลังนายกรัฐมนตรีไฟเขียวตามโครงการต่างๆ ที่ได้เสนอมา การพัฒนาเกาะช้างจึงเสมือนเริ่มเดินหน้า แต่จะเดินไปทางไหน อย่างไร เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องติดตามอย่างใกล้ชิด







