
เอกชนเมินประกันความเสี่ยงค่าเงิน
ดอลลาร์อ่อนในรอบ 3 ปี ส่งผลค่าเงินบาทแข็งต่อเนื่องอยู่ที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ด้านผู้ประกอบการยังไม่สนใจประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
ดอลลาร์อ่อนในรอบ 3 ปี ส่งผลค่าเงินบาทแข็งต่อเนื่องอยู่ที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ด้านผู้ประกอบการยังไม่สนใจประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลงมาก ส่งผลเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่เห็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการไทยจะตื่นตัวเข้ามาประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้นกว่าเดิม เช่น สินค้าเกษตร ส่วนผู้ประกอบการส่งออกไม่ทำประกันความเสี่ยงเพราะหลังอัตราดอกเบี้ยสหรัฐและไทยกลับข้างกัน ดอกเบี้ยสหรัฐสูงกว่า เวลาประกันความเสี่ยงจะต้องจ่ายส่วนลดมากขึ้น จึงไม่ทำ แม้จะรู้ว่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้นแน่นอนเพราะส่งออกดี โดยจะใช้วิธีหาจังหวะขายมากกว่า
“หากจะมาประกันความเสี่ยงในตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ปัจจุบันจึงทำเพียงการหาจังหวะขายให้ขาดทุนน้อยที่สุด” นายจิติพล กล่าว
สำหรับค่าเงินดอลลาร์วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา อ่อนค่าลงมามากเมื่อเทียบกับเงินบาท ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบประมาณ 51 เดือน อยู่ที่ 31.19-31.20 บาท/ดอลลาร์ ปัจจัยสำคัญมาจากเป็นช่วงวันหยุดที่ตลาดอื่นๆ ในเอเชียไม่ทำการซื้อขาย แต่ตลาดไทยยังเปิดอยู่ ดังนั้นจึงเป็นจังหวะทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงแรงเมื่อเทียบกับบาท แต่ลงไม่แรงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ทำให้นักลงทุนตีความว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่น่าจะใช้มาตรการอะไรที่มากกว่านี้แล้วในการดูแลค่าเงิน จึงมองเห็นช่องทางเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินต่อได้ โดยส่วนหนึ่งก็มองไปล่วงหน้าว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น และยังสามารถลุ้นปัจจัยบวกเรื่องการเลือกตั้งได้อีกด้วย
“เงินดอลลาร์มีทิศทางอ่อนค่าลงอยู่แล้ว แต่จากตัวเลขที่ออกมาถือว่าอ่อนค่าเร็วเกินไป เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้นก็ลงมาถึงระดับเกือบจะไปถึงหลัก 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐแล้ว” นายจิติพล กล่าว
สำหรับดัชนีดอลลาร์ อินเด็กซ์ ซึ่งวัดการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินหลักๆ ของโลก ปรับลง 0.4% ไปอยู่ที่ 88.253 จุด ในวันที่ 16 ก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2557 โดยดัชนีดังกล่าวปรับลงมากกว่า 2% แล้วในรอบสัปดาห์
ทั้งนี้ ตลาดมีความวิตกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจเดินหน้าใช้กลยุทธ์ให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เพื่อช่วยลดการขาดดุลการค้าในปีนี้ และรวมถึงความกังวลว่า สหรัฐมีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณยิ่งขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2562 และประเทศต่างๆ ทั่วโลกเดินหน้านโยบายการเงินตึงตัวยิ่งขึ้นเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์ด้วยเช่นกัน







