posttoday
17ปีแห่งความสำเร็จของพรีม่า โกลด์

17ปีแห่งความสำเร็จของพรีม่า โกลด์

09 ตุลาคม 2553

ทองคำของพรีม่า โกลด์ ถือเป็นเครื่องประดับพรีเมียมแบรนด์ ที่เน้นผลิตทองคำที่มีลวดลายทันสมัย วิจิตรงดงาม ดูเป็นศิลปะบนเครื่องประดับทรงคุณค่า....

ทองคำของพรีม่า โกลด์ ถือเป็นเครื่องประดับพรีเมียมแบรนด์ ที่เน้นผลิตทองคำที่มีลวดลายทันสมัย วิจิตรงดงาม ดูเป็นศิลปะบนเครื่องประดับทรงคุณค่า....

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ทองคำ เครื่องประดับยอดนิยมของคนไทย ที่ได้รับความสนใจและเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั่วโลก โดยเฉพาะฝีมือการออกแบบ และการทำลวดลายที่สวยงาม ทำให้ทองคำของพรีม่า โกลด์ ขยายสาขาไปได้ทั่วโลก จนมีสาขาแล้วใน 13 ประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายธุรกิจในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

17ปีแห่งความสำเร็จของพรีม่า โกลด์

รุ่งนภา เงางามรัตน์ ผู้จัดการบริษัท พรีม่า โกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ทองคำของพรีม่า โกลด์ ถือเป็นเครื่องประดับพรีเมียมแบรนด์ ที่เน้นผลิตทองคำที่มีลวดลายทันสมัย วิจิตรงดงาม ดูเป็นศิลปะบนเครื่องประดับทรงคุณค่า ใช้ทอง 24 เค แตกต่างจากทองคำที่มีอยู่ทั่วไปในตลาด สินค้าจึงเป็นที่ยอมรับของช่างทองชาวต่างชาติ และลูกค้าจากทั่วโลก

จากการทำธุรกิจมา 17 ปี จนถึงปัจจุบัน วันนี้พรีม่า โกลด์ได้ขยายสาขาในประเทศจนมีมากถึง 40 สาขา ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมทั้งยังได้ขยายกิจการออกไปยังต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก

การออกไปเปิดสาขาในต่างประเทศใช้วิธีคล้ายกับธุรกิจแฟรนไชส์ เนื่องจากมีลูกค้าต่างประเทศสนใจซื้อสินค้าของพรีม่า โกลด์ไปขายจำนวนมาก แต่ทางร้านมีเงื่อนไขคือ ต้องขายในตราสินค้า หรือขายภายใต้แบรนด์พรีม่า โกลด์เท่านั้น จึงเกิดธุรกิจในลักษณะนี้ขึ้นมา
การเปิดสาขาในต่างประเทศแต่ละแห่ง พรีม่า โกลด์จะช่วยสนับสนุนสินค้า โดยส่งสินค้าจากเมืองไทยเข้าไปขาย และสนับสนุนเครื่องมือทำการตลาด เช่น ภาพตกแต่งร้าน การจัดแต่งร้าน หรือหากในสาขานั้นๆ ต้องการจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ก็จะเข้าไปช่วยสนับสนุนเช่นเดียวกัน เพื่อให้ร้านในแต่ละที่มีเอกลักษณ์ที่เหมือนกัน แสดงถึงความเป็นพรีม่า โกลด์

ภายในร้านจะต้องมีสินค้าจากพรีม่า โกลด์วางขายประมาณ 70-80% ที่เหลือสามารถขายสินค้าจากแบรนด์อื่นๆ ได้ หรืออาจจะจัดสินค้าในรูปแบบของมุมขายสินค้าในร้านขายเครื่องประดับขนาดใหญ่ก็ได้ แล้วแต่รูปแบบของลูกค้า ขณะนี้มีสาขาในต่างประเทศแล้ว 12-13 ประเทศ อาทิ ประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย ดูไบ โอมาน ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบเอเชีย เพราะคนเอเชียนิยมบริโภคทองเปอร์เซ็นต์สูง

17ปีแห่งความสำเร็จของพรีม่า โกลด์

ผลจากการเดินสายออกงานแสดงสินค้าและมีสาขาในต่างประเทศ ทำให้มีลูกค้าระดับสูงสนใจในสินค้า โดยพรีม่า โกลด์ได้จัดทำคอลเลกชันให้กับเจ้าหญิงของประเทศโอมานด้วย

จากการทำสินค้าระดับมาสเตอร์พีซ ทำให้มีแนวคิดว่าคนไทยน่าจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของสินค้าดังกล่าวด้วย จึงจัดทำเป็นปรินเซส คอลเลกชัน เพื่อออกขายในเมืองไทย โดยสินค้าชุดนี้จะเป็นเครื่องประดับชุดใหญ่ ประกอบด้วย สร้อยคอ สร้อย ข้อมือ ต่างหู และแหวน งานแต่ละชิ้นใช้เวลาในการผลิตหลายเดือน ผลิตออกมาในจำนวนจำกัด โดยเปิดตัวโชว์สินค้าในช่วงเดือน ต.ค.นี้

สำหรับงานออกแบบของพรีม่า โกลด์ ตามปกติจะออกคอลเลกชันใหม่ปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้ติดตามสินค้าอย่างต่อเนื่อง มีช่างทำทองเป็นคนไทยทั้งหมด โดยมีแนวคิดในการออกแบบเป็น 3 แบบ ได้แก่ แบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่นิยมของคนไทยมาก เนื่องจากเครื่องประดับจะเป็นลวดลายแบบธรรมชาติ ทำให้ชิ้นงานดูมีศิลปะ อ่อนช้อย เหมือนจริง แสดงถึงฝีมือของช่าง แบบคลาสสิก จะเน้นความเรียบง่าย ไม่หรูหรา และ แบบวินเทจ หรือแบบโบราณ

รุ่งนภา อธิบายว่า การออกแบบสินค้าสำหรับลูกค้าต่างประเทศและลูกค้าไทย จะมีความคล้าย คลึงกันอยู่ในรูปแบบ ลวดลาย แต่ขนาดจะแตกต่างกันอยู่บ้าง เพราะคนไทยตัวเล็กกว่าคนต่างชาติ ส่วนลวดลายเล็กๆ น้อยก็อาจแตกต่างกันไปตามแต่ความนิยมของลูกค้าในแต่ละประเทศ

17ปีแห่งความสำเร็จของพรีม่า โกลด์

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าราคาทองจะขึ้นสูงเฉลี่ยกว่า 20% โดยในปี 2551 ราคาทองปรับขึ้นเฉลี่ย 25% ปี 2552 ขึ้น 12% และปี 2553 ขึ้น 20% ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้ามากนัก เนื่องจากคนบริโภคทองย่อมรู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์อย่างนี้เป็นวัฏจักร การที่ราคาพุ่งขึ้นย่อมหมายความว่าสินค้าที่มีอยู่ในมือมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

การปรับราคาสินค้าตามราคาทอง ทางร้านไม่ได้ปรับขึ้นทันทีเป็นรายวัน แต่จะดูจากต้นทุนที่มีอยู่ โดยใช้ต้นทุนเก่าเป็นฐาน ถ้าส่วนต่างขยับขึ้นจนอยู่ไม่ได้ถึงจะปรับราคาสินค้าขึ้น ทำให้ในช่วงที่ราคาทองขึ้นผันผวนทุกวันลูกค้าจะยิ่งมาซื้อสินค้าของทางร้าน เพราะราคาขายยังใช้ราคาในต้นทุนเก่าอยู่ จึงต้องรีบมาซื้อก่อนที่จะมีการปรับราคาขึ้น ราคาทองจึงไม่มีผลต่อการค้าขายมากนัก แต่อาจจะกระทบบ้างในกลุ่มของลูกค้าต่างประเทศ เพราะตอนนี้มีค่าเงินบาทเข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ทำให้ลูกค้าอาจชะลอการซื้อลงบ้าง

ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำในช่วงปีหน้าน่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการบริโภคทองของประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย มีแนวโน้มจะบริโภคมากขึ้น จึงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระทบต่อราคาทองคำได้

ด้านปัจจัยที่กระทบต่อยอดขายสินค้ามากที่สุด คือ ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาความไม่สงบทางการเมือง เนื่องจากทำให้กำลังซื้อสินค้าของลูกค้าลดลง บรรยากาศไม่เอื้อต่อการค้าขาย สาขาบางแห่งจำเป็นต้องปิดร้าน ปัจจัยนี้จึงกระทบต่อยอดขายมากกว่า

ในช่วงที่ผ่านมาทางร้านจึงต้องปรับตัวด้านการผลิตบ้าง ทำคอลเลกชันที่มีขนาดเล็กลง เน้นการ ออกแบบสินค้า ไม่ใส่น้ำหนักทองมากเกินไป เพื่อให้ มีราคาที่พอเหมาะสม

รุ่งนภา กล่าวว่า เป้าหมายในปีหน้าจะไม่เน้นเรื่องการขยายตลาดในประเทศ เพราะมาถึงจุดที่เข้าที่เข้าทางแล้ว หากขยายไปมากกว่านี้จะไม่ลงตัวกับจำนวนช่างทองที่มีอยู่ แต่จะเน้นการรักษาคุณภาพสินค้า รักษาฐานตลาดที่มีอยู่ให้เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะหันไปขยายตลาดต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย และจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท