
ต้องลงโทษทางสังคม
เป็นประเด็นร้อนที่ช็อกความรู้สึกของคนในสังคมอย่างมาก เมื่อนักธุรกิจใหญ่ที่รู้จักกันดีอย่างนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ซึ่งถือเป็นบิ๊กรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ถูกเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งความจับใน 6 ข้อหาหนักฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง นำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต และมีความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490
เป็นประเด็นร้อนที่ช็อกความรู้สึกของคนในสังคมอย่างมาก เมื่อนักธุรกิจใหญ่ที่รู้จักกันดีอย่างนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ซึ่งถือเป็นบิ๊กรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ถูกเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งความจับใน 6 ข้อหาหนักฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง นำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต และมีความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490
คดีนี้ถูกจับตามองจากสังคมอย่างมาก เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และมีการเชื่อมโยงว่าผู้ต้องหามีความใกล้ชิดกับพนักงานของรัฐ จนทำให้การเข้าไปในพื้นที่อุทยานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สามารถเข้าไปได้โดยไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด จึงไม่พบอาวุธปืนจำนวนมากที่พกเข้าไป โดยผู้ต้องหาได้แจ้งขอเข้าพื้นที่ว่าจะไปศึกษาชีวิตสัตว์ป่า แต่กลับเข้าไปล่าสัตว์ป่า ซึ่งเป็นคนละวัตถุประสงค์
โดยข้อเท็จจริงแล้ว การลักลอบล่าสัตว์ป่าและค้าสัตว์ป่า ของป่า เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เป็นระดับชาวบ้าน พรานป่า เห็นได้จากการที่ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จับกุมผู้ละเมิดกฎหมายได้บ่อยๆ และทางกรมศุลกากร หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมการลักลอบนำสัตว์ป่าออกนอกราชอาณาจักรได้เป็นระยะ และยังอาจจะมีผู้ที่หลบหนีการจับกุมไปได้อีกส่วนหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนความไม่ตระหนักถึงการหวงแหนและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น
แต่ในกรณีที่พบว่ามีนักธุรกิจใหญ่อยู่ในที่เกิดเหตุที่พบซากสัตว์และการกระทำผิดกฎหมายนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยและเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุจะเป็นผู้กระทำผิดซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์กันว่าใครเป็นคนยิง และใครเป็นคนทำลายซากสัตว์ ซึ่งมี ขั้นตอนการสอบสวนควบคุมดูแลอยู่
กรณีดังกล่าวนี้ หน่วยงานรัฐคือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะต้อง พิสูจน์ให้ชัดเจนว่าไม่ได้ปล่อยปละละเลย เอื้อให้เกิดการเข้าไปล่า สัตว์ป่าโดยไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งการสอบสวนจะต้องมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วยเพื่อความโปร่งใส เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
อย่างไรก็ดี ความคาดหวังว่ากรณีดังกล่าวจะสามารถหาตัว ผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างหนักตามกฎหมายได้หรือไม่ คงจะเป็นเรื่องที่ สังคมเองก็ไม่แน่ใจ เพราะหลายกรณีหากเกิดปัญหาขึ้นมาโดยผู้ถูก กล่าวหาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมีเงินและมีอิทธิพล ก็มักจะไม่สามารถ ดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างที่คิด ดังนั้นหลายๆ กรณีจำเป็น ต้องใช้มาตรการสังคมกดดัน หากเห็นว่ากฎหมายไม่สามารถจัดการกับผู้กระทำผิดได้
หลายกรณีที่มาตรการกดดันทางสังคมถูกนำมาใช้กับผู้ที่กฎหมายเอื้อมมือไปจัดการไม่ถึง และก็ใช้การได้ผลแม้จะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก็ยังดีที่จะทำให้ผู้กระทำผิดได้สำนึกว่าไม่สมควรที่จะทำเช่นนี้อีกและปรับเปลี่่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น n







