
ยกระดับรายได้เกษตรกร
กฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จะมุ่งปฏิรูปภาคเกษตร โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับรายได้เกษตรกรเพื่อหลุดพ้นจากบัญชีผู้มีรายได้น้อย สิ่งที่กระทรวงจะดำเนินการคือส่งเสริมให้มีการรวมตัวและผลิต แปรรูปในรูปแบบของสหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน ร่วมกันผลิตเป็นแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนและแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม มีตลาดมารองรับและส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ
กฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จะมุ่งปฏิรูปภาคเกษตร โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับรายได้เกษตรกรเพื่อหลุดพ้นจากบัญชีผู้มีรายได้น้อย สิ่งที่กระทรวงจะดำเนินการคือส่งเสริมให้มีการรวมตัวและผลิต แปรรูปในรูปแบบของสหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน ร่วมกันผลิตเป็นแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนและแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม มีตลาดมารองรับและส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ
โดยเฉพาะในกลุ่มของสินค้าเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ยางพาราและข้าว เป็นต้น ซึ่งทำรายได้ให้ประเทศปีละกว่า 4 แสนล้านบาท ปัจจุบันยางพาราผลิตได้ 4.5 ล้านตัน ส่งออกได้ 3.8 ล้านตัน ต่อไปจะส่งเสริมแปรรูปและใช้ในประเทศเพิ่มขึ้นและส่งเสริมให้สหกรณ์รวมตัวผลิตและแปรรูปเพื่อเป็นเสือตัวที่ 6 สู้กับ 5 เสือวงการส่งออกยางพารา สร้างตลาดกลางผลไม้เพื่อจำหน่ายและส่งออก แนวทางลักษณะนี้ต่อไปจะทำให้เกษตรกรสามารถทำธุรกิจเองได้ผ่านระบบออนไลน์
นอกจากนี้ จะส่งเสริมไปยังสมาร์ท ฟาร์เมอร์ของกระทรวงที่ปัจจุบันมีประมาณ 7,000 ราย เป็นพี่เลี้ยงใน การขับเคลื่อนความรู้ให้กับเกษตรกร ทั้ง 38 ล้านคน ซึ่งอาจจะดูว่าสัดส่วนน้อย แต่หวังว่าคนเหล่านี้จะมีตำบล ละ 1 คน สำหรับประเทศไทย 7,000 กว่าตำบลและในอนาคตจะลงสู่ระดับหมู่บ้าน 7 หมื่นแห่ง ซึ่งการมีสมาร์ทฟาร์เมอร์เป็นพี่เลี้ยง จะทำให้เกษตรกรเรียนรู้ ในการวางแผนการผลิตและการตลาดสู่กับ ตลาดในอนาคตได้และพ้นจากความ ยากจนที่เกษตรกรไทยกว่า 3.9 ล้านคน ยังติดอยู่ในบัญชีผู้มีรายได้น้อย 11.4 ล้านคน
"กระทรวงเกษตรฯ หวังว่านโยบาย ตลาดนำการผลิตและการปรับปรุง รูปแบบการทำงาน ดึงระบบสหกรณ์มาเสริมแกร่งยกระดับรายได้ให้เกษตรกร จะทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าตัว ภายในปี 2565 และในปี 2570 เกษตรกรที่ยากจน 3.9 ล้านคน ต้องหมดไป" กฤษฎา กล่าว
รวมถึงต้องมีสินค้าเกษตรปลอดภัยให้ได้ 100% ภายในปี 2565 และภายในปี 2570 ซึ่งจะผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของผลผลิตที่ได้ ตลอดจนกำลังจะสร้างระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตร (Big Data on Agriculture) เพื่อการบริหารจัดการ ด้านการเกษตรที่ถูกต้องแม่นยำ
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมพร้อมวางระบบการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาค ตะวันออก หรืออีอีซี เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว และกำลังเร่งขยายพื้นที่เขตชลประทาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ได้ไม่น้อยกว่า 30% (ปัจจุบันมี 10%) n







