
GGCลุยลงทุน3หมื่นล.
GGC จับมือน้ำตาลเกษตรไทยลงทุนโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ หวังรายได้ปีละกว่า 4,000 ล้าน ด้าน PTTGC เผยคืบหน้าปิโตรเพล็กซ์ในสหรัฐ
GGC จับมือน้ำตาลเกษตรไทยลงทุนโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ หวังรายได้ปีละกว่า 4,000 ล้าน ด้าน PTTGC เผยคืบหน้าปิโตรเพล็กซ์ในสหรัฐ
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ขับเคลื่อนโครงการก่อสร้าง "นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์" กับบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) ซึ่งโครงการนี้จะแบ่งการลงทุนเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกมูลค่าลงทุน 7,650 ล้านบาท และเฟส 2 จะลงทุนประมาณ 1-3 หมื่นล้านบาท
นายจิรวัฒน์ นุริตานนท์ กรรมการผู้จัดการ GGC เปิดเผยว่า โครงการ ไบโอคอมเพล็กซ์เฟสแรก ร่วมทุนกับ KTIS สัดส่วน 50:50% ประกอบด้วยโรงงาน หีบอ้อย 2.4ล้านตัน/ปี โรงงานผลิตเอทานอล ขนาด 6 แสนลิตร/วัน โรงไฟฟ้าชีวมวล 85 เมกะวัตต์ ผลิตไอน้ำ 250 ตัน/ชั่วโมง และระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการก่อสร้างเฟส 2 ที่จะเริ่มก่อสร้างกลางปีนี้ และคาดแล้วเสร็จปลายปี 2563 ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ประมาณไตรมาส 2 ปี 2564 ปีละประมาณ 4,580 ล้านบาท/ปี โดย GGC และ KTIS จะใส่เงินลงทุนโครงการนี้รายละ ประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่เหลือมาจากการกู้เงินสถาบันการเงินโดยผลตอบแทนการลงทุนประมาณ 18%
สำหรับการลงทุนไบโอคอมเพล็กซ์ เฟส 2 ประกอบด้วย โรงงานเคมีและพลาสติกชีวภาพ โรงงานอาหารเสริม ซึ่งบริษัทจะหาพันธมิตรเพิ่มเติมเข้ามาร่วมลงทุน เพราะเป็นโครงการที่มีมูลค่าลงทุนสูง ซึ่งเร็วๆ นี้เตรียมเดินทางไปเจรจากับพันธมิตรที่ญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้รายได้บริษัทคาดอยู่ระดับใกล้เคียงปีก่อน แม้ปริมาณขายเมทิลเอสเตอร์จะเพิ่มขึ้น 10-15% จาก ปีก่อนที่ 3.3-3.4 แสนตัน แต่ราคาปรับตัวลดลง ส่วนปริมาณขายแฟตตี้แอลกอฮอล์ คาดใกล้เคียงปีก่อนที่ 1.1 แสนตัน และราคาใกล้เคียงปีก่อน
นายปฏิภาณ สุคนธมาน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) คาดว่า โครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐจะเริ่มก่อสร้างได้ ในกลางปี 2562 หลังจากวันนี้บริษัท ได้ลงนามข้อตกลงเบื้องต้น (HOA) กับบริษัทในเครือของบริษัท Daelim Industrial (DAELIM) ผู้ประกอบธุรกิจก่อสร้าง และผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ในเกาหลีใต้ เพื่่อศึกษาความเป็นไปได้ในรายละเอียดของโครงการ
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จและตัดสินใจการลงทุนได้ภายในปลายปีนี้ ขณะที่การลงทุนดังกล่าวแม้จะมีกำลังการผลิตเอทิลีนเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านตัน/ปี จากแผนเดิมที่ 1 ล้านตัน/ปี ทำให้เงินลงทุนรวมเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าจะทำให้เงินลงทุนต่อหน่วยลดลง เพราะได้การประหยัดต่อขนาด
นายณัฎฐปัญญ์ ศิริวิริยะกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท KTIS กล่าวว่า คาดกำไรสุทธิปีนี้ดีกว่าปีก่อน เนื่องจาก โรงไฟฟ้า 3 แห่ง กำลังผลิตรวม 160 เมกะวัตต์ เดินเครื่องมีประสิทธิภาพดีขึ้น จากปีที่แล้วมีการหยุดซ่อมบำรุง และปีนี้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต หลังจากมีการหีบอ้อยมากขึ้น







