
หุ้น-ค่าเงินไทย ระส่ำ รับประธานเฟดคนใหม่
ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์ตลาดเงินตลาดทุนโลกพลิกผันทันทีที่เปลี่ยนประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จาก เจนเน็ต เยลเลน มาเป็น เจอโรม พาวเวลล์ คล้ายเป็นการสะท้อนภาพมุมมองที่มีต่อประธานเฟดคนใหม่ ที่อาจจะใช้นโยบายการเงินเข้มข้นขึ้น
ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ตลาดเงินตลาดทุนโลกพลิกผันทันทีที่เปลี่ยนประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จาก เจนเน็ต เยลเลน มาเป็น เจอโรม พาวเวลล์ คล้ายเป็นการสะท้อนภาพมุมมองที่มีต่อประธานเฟดคนใหม่ ที่อาจจะใช้นโยบายการเงินเข้มข้นขึ้น
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนตัวประธานเฟดไม่ได้มีผลเท่ากับการคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ผ่านตัวเลขการว่างงานสหรัฐลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และค่าจ้างแรงงานสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อสหรัฐคงปรับขึ้นเข้าสู่ เป้าหมายที่ระดับ 2% ในไม่ช้า
ตลาดหุ้นไทยในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ตอบรับกับกระแสดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. ปิดตลาดอยู่ที่ 1,810.32 จุด ลดลง 17.03 จุด และวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา หุ้นไทยรูดลงต่อเนื่องจนดัชนีหลุดกว่า 1,800 จุด ไปจนได้ โดยลดลง ไปกว่า 20 จุด ปิดตลาดที่ 1,788.43 จุด และระหว่างวันร่วงไปแตะจุด ต่ำสุดที่ระดับ 1,758.31 จุด หรือร่วงไป 52 จุด
สถานการณ์ดังกล่าวชี้ถึงความตื่นตระหนกต่อทิศทางการดำเนินนโยบายของเฟดภายใต้ประธานธนาคารกลางคนใหม่ที่เพิ่งสาบานตนไปเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นในตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทย
จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ตลาดมองว่าประธานเฟดคนใหม่มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิมและอาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มข้นกว่าที่ผ่านมา ส่วนสำคัญมาจากพาวเวลล์ไม่ใช่กลุ่มเดียวกับ เยลเลน หรือเบอร์แนนคี ที่เน้นผ่อนคลายเชิงนโยบาย พาวเวลล์ มาจากภาคธุรกิจเคยทำงานในองค์กรเอกชนมาก่อนน่าจะขึ้นดอกเบี้ยตรงไปตรงมา
รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารกลุ่มวิจัยและวิเคราะห์ตลาดการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่า การเปลี่ยนแปลงตัวประธานเฟดคงไม่ได้มีผลให้ทิศทางตลาดการเงินโลกเปลี่ยนไปมากนัก แต่การที่ตัวเลขค่าจ้างของแรงงานประกาศออกมาดีกว่าที่คาด ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะเร่งตัวและอาจเป็นปัจจัยทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ที่ตลาดผันผวนตอนนี้ ไม่คิดว่ามาจากตัวบุคคล แต่เพราะสถานการณ์เงินเฟ้อจากค่าจ้างเริ่มเร่งตัวแรงเพิ่มขึ้นถึง 2.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อให้เงินเฟ้อต่ำกว่าระดับเป้าหมายในตอนนี้ แต่คนจะมองว่าอีกไม่นานเฟดพร้อมขึ้นดอกเบี้ย และอาจขึ้น 4 ครั้ง มากกว่า 3 ครั้งที่ส่งสัญญาณไว้
มุมมองจากนักวิเคราะห์ไทย ดังกล่าว ยังคงเชื่อมั่นว่า การดำเนินนโยบายของเฟดภายใต้ผู้นำคนใหม่ ยังยึดโยงกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเป็นสำคัญ แต่บุคลิกและมุมมองส่วนตัวของพาวเวลล์ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและการส่งสัญญาณที่ชัดเจนผ่านการปรับดอกเบี้ยว่าจะเร็วหรือช้า
ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ตอบรับต่อจิตวิทยาที่รวดเร็วจึงเห็นแรงเหวี่ยงขึ้นลงตามมุมมองระยะสั้น ซึ่งย้อนหลังไป 12 เดือน จะพบว่า ต่างชาติขายสุทธิแล้วประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4 หมื่นล้านบาท
หากจะชี้ชัดถึงทิศทางเงินไหลเข้าไหลออกคงต้องไปดูความเคลื่อนไหวที่ตลาดพันธบัตร จะพบว่า ต่างชาติถือพันธบัตรไทยมูลค่ารวมกว่า 9 แสนล้านบาท แบ่งเป็นพันธบัตรระยะสั้น 1.7 แสนล้านบาท และพันธบัตรระยะยาว 7.33 แสนล้านบาท แม้ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย จะต่ำกว่าสหรัฐก็ตาม
สิ่งนี้น่าจะเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า การที่เห็นเงินบาทอ่อนค่าลงมาในสัปดาห์นี้ อาจจะเป็นเพียงภาพ ลวงตา เพราะต่างชาติยังถือพันธบัตรไทยอยู่มากและเมื่อผนวกกับดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลถึง 10% จากการส่งออกและท่องเที่ยว ล้วนแต่เป็นปัจจัยสนับสนุนเงินบาทไปในทิศทางแข็งค่า
การเปลี่ยนตัวประธานเฟดเพียงไม่ถึงสัปดาห์ จึงไม่ได้มีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างจริงจัง จนกว่า ที่จะเห็นท่าทีและการตัดสินใจดำเนินนโยบายของพาวเวลล์ อย่างแท้จริง ซึ่งต้องจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) นัดแรกที่ พาวเวล เป็นประธาน ในวันที่ 20-21 มี.ค.นี้
กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคาร กสิกรไทย ให้มุมมองว่า ตลาดการเงินไทยมักจะนิ่งกับการเปลี่ยนผ่านประธานเฟดในช่วงแรกเสมอและเริ่มรับรู้ผลการเปลี่ยนแปลงเมื่อผ่านไปสัก 4-5 เดือน เพราะประธานแต่ละคนต่างมีภารกิจของตัวเอง เช่น เบอร์แนนดี ต้องแก้วิกฤตซับไพรม์ เร่งอัดฉีดคิวอี ส่วน เยลเลน มีภารกิจในการปรับสมดุลสภาพคล่อง หยุดคิวอี และปรับดอกเบี้ยสู่ภาวะปกติ
"พาวเวลล์ ก็มีปัจจัยที่ต่างออกไปในการรักษาเสถียรภาพ และอาจจะรวมถึงการชั่งน้ำหนักกับฝ่ายการเมืองด้วย โดยโดนัลด์ ทรัมป์ และ รมว.คลัง มักจะหลุดปากบ่อยๆ ว่าชอบให้ดอลลาร์อ่อน ซึ่งสายกลางอย่างพาวเวลล์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ ย่อมไม่กล้าหัก แต่ต้องยืนหยัดว่ามีอิสระด้วย ดังนั้น ช่วงแรกพาวเวลล์ คงไม่เขย่าตลาดสักเท่าไร น่าจะออกมาในทางระมัดระวัง" กอบสิทธิ์ กล่าวถึงความท้าทายของพาวเวลล์
สำหรับตลาดการเงินไทยในปีนี้จับตาปัจจัยอันดับ 1 ที่มีผลมากที่สุด คือ ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ เพราะที่ผ่านมาเฟดขึ้นดอกเบี้ย 5 ครั้งแล้ว หากการขึ้นดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ 2-3 ครั้งในปีนี้ ก็พอที่จะหายใจเข้าออกได้บ้าง แต่ถ้าผิดคาดเกิดขึ้นเกิน 3 ครั้ง ช็อกตลาดเงินไทย เงินไหลออกเร็วแน่นอน
ปัจจัยต่อมา คือ อีซีบี หากมีการหยุดการอัดฉีดสภาพคล่อง เม็ดเงินในระบบจะยวบลงคิวอีจาก 2 ธนาคารกลางที่หายไป คิดเป็นเม็ดเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน
ส่วนปัจจัยสุดท้ายเกี่ยวโยงทั้งตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจไทย คือ สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ซึ่งไทยอยู่ในห่วงโซ่ของจีน หากจีนถูกกีดกันการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ ย่อมกระทบการส่งออกไทย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และจีดีพี
ประเทศตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทยมีฟองสบู่เกิดขึ้น จากเงินง่ายไหลเข้ามารับผลตอบแทนสูง กดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยต่ำกว่าพันธบัตรสหรัฐ ทั้งที่เรตติ้งไทยต่ำกว่า หากเงินทุนเหล่านี้ไหลออกไปสู่ความเป็นจริงคงเห็นตลาดกระตุกอีกครั้ง จึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวนโยบายของประธานเฟดคนใหม่ให้ดี ควบคู่ไปกับอีกหลายปัจจัย
ความผันผวนเกิดขึ้นแล้วและอาจจะสวิงยิ่งกว่าปีที่ผ่านมา สิ่งที่คาดว่าใช่ก็เคยพลิกกลับคนละทิศมาแล้ว ฉะนั้นผู้เกี่ยวข้องทั้งสามตลาด หุ้น บอนด์ และบาท ต้องรับมือให้ดี ถ้ายังรีรอไม่ปรับพอร์ตหรือป้องกันความเสี่ยง อาจจะเกิดความเสียหายไม่รู้ตัว n







