
ต้นทุนค่าไฟฟ้า ในต่างประเทศ
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร เห็นมีคำถามกันมากว่า เวลามีความต้องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบมากๆ นั้น มีหลักการบริหารค่าไฟฟ้าอย่างไร และส่งผ่านต้นทุนค่าไฟฟ้าไปให้ประชาชนหรือไม่ หรือรัฐบาลมีงบประมาณส่วนอื่นมาอุดหนุนเป็นการเฉพาะ ต่างๆ เหล่านี้ วันนี้ผมจะขอนำตัวอย่างในต่างประเทศ 3 ประเทศ มาเผยแพร่ให้ทราบกันครับ
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร
เห็นมีคำถามกันมากว่า เวลามีความต้องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบมากๆ นั้น มีหลักการบริหารค่าไฟฟ้าอย่างไร และส่งผ่านต้นทุนค่าไฟฟ้าไปให้ประชาชนหรือไม่ หรือรัฐบาลมีงบประมาณส่วนอื่นมาอุดหนุนเป็นการเฉพาะ ต่างๆ เหล่านี้ วันนี้ผมจะขอนำตัวอย่างในต่างประเทศ 3 ประเทศ มาเผยแพร่ให้ทราบกันครับ
1.การส่งเสริมพลังงานทดแทนในประเทศเยอรมนี
โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีขนาดตั้งแต่ 100 kW ขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนทางด้านราคาแบบ Feed-in Tariff (FITs) ซึ่งถูกกำหนดโดยกฎหมายว่าด้วยพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Source Act (หรือในภาษาเยอรมันใช้ตัวย่อ "EEG") โดยมีกรอบการรับประกันราคาตลอด 20 ปี แต่มีการกำหนด "Degression Mechanism" ซึ่งหมายความว่าค่าตอบแทนที่โรงไฟฟ้าใหม่ได้รับจะลดลงตามอัตราที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ราคาส่วนต่างระหว่างค่าไฟขายส่งและ FIT ที่เรียกว่า EEG Surcharge คล้ายค่า Ft บ้านเรา เฉพาะส่วนต้นทุนจากพลังงานทดแทนจะรวมอยู่ในใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้า โดยผู้ใช้ไฟฟ้าจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายนี้ 100%
ในปี 2560 ที่ผ่านมา ประเทศเยอรมนีมีแผนที่จะเปลี่ยนจากระบบ Feed-in Tariffs เป็นระบบ Bidding หรือประมูลแข่งขัน เพื่อที่จะเพิ่มส่วนแบ่งในตลาด อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าขนาดจิ๋ว (< 100 kW) จะไม่ได้รับผลกระทบ
มาตรการ Grid Priority : มีการให้สิทธิพิเศษในการเชื่อมต่อระบบสายส่งไฟฟ้า กับระบบผลิตไฟฟ้าที่มาจากพลังงานทดแทนก่อน รวมถึงสิทธิในการขยายระบบเพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม โดยการไฟฟ้าเยอรมันที่ทำหน้าที่ Grid Operators จะทำการซื้อไฟฟ้าและส่งไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนก่อน นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่มีกำลังผลิตเกินความต้องการ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจะต้องถูกบังคับให้ลดกำลังการผลิตลง (เมืองไทยไม่มี) แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์อื่นที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดในข้อตกลง ผู้ผลิตพลังงานทดแทนจะได้รับค่าชดเชย โดย Grid Operator เป็นผู้จ่าย ค่าชดเชยนี้ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะส่งผ่านให้ผู้ใช้ไฟ 100%
มีแหล่งเงินทุน ที่ช่วยเหลือเรื่องเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำบ้าง จากธนาคารของรัฐ ในการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่น KfW Renewable Energy Programme, KfW Programme offshore wind energy, KfW Consortium Loan Energy and Environment Programme, KfW Renewable Energy Programme Premium เป็นต้น
2.การส่งเสริมพลังงานทดแทนในประเทศสหรัฐอเมริกา
การกำหนดราคา Feed-in Tariffs (FITs) แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละมลรัฐไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับกฎหมายของมลรัฐนั้นๆ
มาตรการอื่นๆ ที่สนับสนุนพลังงานทดแทน ได้แก่
ให้ส่วนลดภาษี (Tax Rebate) ในการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการ ติดตั้งผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียน
มาตรการบังคับแบบ Renewable Portfolio Standards (RPS) : เป็นการวางข้อกำหนดภาคบังคับ ให้มีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และกำหนดข้อบังคับสัดส่วนขั้นต่ำ ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยภายในปี 2030 กำหนดให้มีการเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอีก 60 GW ซึ่งเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 50% จากปี 2515 โดยจะกำหนดบังคับเอากับผู้ผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
มาตรการเปิดเสรี แบบ "Net Metering" : นโยบายสนับสนุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าผลิตไฟใช้เอง และหากมีไฟฟ้าส่วนเกินที่เหลือจากที่ผลิตในช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อชดเชยการใช้ไฟฟ้าจาก Grid ในช่วงเวลาอื่น โดยจะมีการกำหนดราคารับซื้อเพื่อที่จะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในบางพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงแต่มีการผลิตไฟฟ้าปริมาณน้อย เป็นต้น
3.การส่งเสริมพลังงานทดแทนในประเทศจีน
มาตรการบังคับแบบ Mandatory Market (MMS) คล้ายกับมาตรการ Renewable Portfolio Standards ทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการกำหนด เป้าหมายสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน โดยในประเทศจีนกำหนดไว้ว่า ในเขต Centralised Power Grid (ส่วนใหญ่ของประเทศ ยกเว้น Grid ทางตอนใต้) ภายในปี 2020 จะต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 500,000 MW และจะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ไม่ใช่พลังงานน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 15% โดยจะต้องมีสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ใช่พลังงานน้ำ เพิ่มขึ้นประมาณ 3% ต่อปี
กลไกการกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้า : ราคารับซื้อไฟฟ้าผลิตจากพลังงานหมุนเวียนถูกกำหนดจากคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลกลางของจีน หรือ NDRC วิธีการที่สำคัญมี 2 วิธี ได้แก่ 1) Competitive Tendering (รัฐบาลจะแนะนำราคา และใช้ระบบการแข่งขันทางด้านราคา Bidding Process) และ 2) Fix FiTs (รัฐบาลจะกำหนดราคารับซื้อที่แน่นอน)
รัฐบาลให้การช่วยเหลือทางด้านการเงินกับโครงการพลังงานทดแทน (Financial Subsidies) เช่น ให้เงินสนับสนุนโครงการวิจัย โครงการพลังงานทดแทนในเขตชนบท หรือเขตห่างไกล ให้เงินช่วยเหลือในการสำรวจและประเมินการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในเขตชนบท เป็นต้น
มาตรการทางภาษี เช่น มาตรการลดภาษีเงินได้ตามระยะเวลาที่กำหนดของผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนประเภทแสงอาทิตย์ ลม วัสดุชีวภาพ และพลังงานความร้อนใต้พิภพ การคืนภาษีการขายไฟฟ้าจากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตใช้เอง เป็นต้น
สำหรับประเทศไทยเราใช้กลไกส่งผ่านต้นทุน 100% ครับ แล้วเราพัฒนามาหลายยุคจากระบบ Adder เป็น Fix FiTs ปัจจุบันเป็น FiTs- Bidding ส่วนว่าจะปรับวิธีการอีกหรือไม่อย่างไร ขอโปรดติดตาม n







