posttoday
ไม่อยากป่วย อย่ามองข้าม 7 พฤติกรรมนี้

ไม่อยากป่วย อย่ามองข้าม 7 พฤติกรรมนี้

31 มกราคม 2561

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตาช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย สามวันร้อน สองวันฝน บางทีก็มีลมหนาวโชยมาพอให้ได้ชิล ทำให้ร่างกายปรับตัวแทบไม่ทัน พอต้องเจอกับหมอกควัน มลพิษสะสมในเขตเมืองเป็นระยะๆ ร่างกายที่เคยสตรองก็เริ่มรวน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง คือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังสุขภาพเป็นพิเศษ

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย สามวันร้อน สองวันฝน บางทีก็มีลมหนาวโชยมาพอให้ได้ชิล ทำให้ร่างกายปรับตัวแทบไม่ทัน พอต้องเจอกับหมอกควัน มลพิษสะสมในเขตเมืองเป็นระยะๆ ร่างกายที่เคยสตรองก็เริ่มรวน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง คือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังสุขภาพเป็นพิเศษ

นพ.ปุณพงศ์ หาญศิริพันธ์ุ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ชี้ให้เห็น 2 กลุ่มโรคที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษว่าจะเข้าเล่นงานกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด เกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจทำให้อวัยวะติดเชื้อ

มีอาการคล้ายหวัดทั่วไป คือ มีไข้ น้ำมูก ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ หากรุนแรงขึ้นจะนำไปสู่การติดเชื้อทางเดินหายใจไปจนถึงปอดอักเสบหรือปอดติดเชื้อได้ ในกรณีมีอาการรุนแรงต้องรีบพบแพทย์ทันที ส่วนคนที่มีโรคทางเดินหายใจอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคหอบ หืด ถุงลมโป่งพอง เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอาจส่งผลให้อาการ กำเริบได้ ให้กินยาแก้แพ้ที่เคยกินอยู่ก่อน หากยังไม่ดีขึ้นควรมาพบแพทย์

อีกกลุ่มโรคที่ต้องระวัง คือ โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษและอุจจาระร่วง เกิดจากเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด และกินอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารที่ทิ้งไว้ข้ามคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอากาศร้อน แบคทีเรียเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้อาหารบูดและเสียได้ง่าย ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ หรือโรคบิดได้ง่าย หากอุจจาระเหลว และอาเจียนอย่างรุนแรงและหายใจติดขัดให้รีบพบแพทย์โดยทันที

ใครที่ไม่อยากป่วยแล้วค่อยรักษา นพ.ปุณพงศ์ หาญศิริพันธ์ุ ได้แนะนำ 7 พฤติกรรมสู้โรค ดังนี้

1.หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง เพราะทุกกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยเสริมมวลกระดูก สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ระบบหัวใจและเลือดไหลเวียนได้ดี

2.ดื่มน้ำสะอาดและกินอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่ค้างคืน ใช้ช้อนกลางทุกครั้งเมื่อกินอาหารร่วมกับผู้อื่น นอกจากช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ ยังเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเผาผลาญและช่วยเรื่องการขับถ่ายที่ดี ช่วยบรรเทาอาการหวัดและเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

3.หมั่นล้างมือบ่อยๆ เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อและป้องกันเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะโรคท้องร่วงหรืออาหารเป็นพิษ

4.กินอาหารที่มีประโยชน์และเพิ่มสัดส่วนของผักและผลไม้สด จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคได้

5.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ไม่หักโหมทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

6.อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงสถานที่มีคนแออัด หากต้องไปในที่สาธารณะ ผู้คนพลุกพล่าน ต้องป้องกันตนเองและผู้อื่นด้วยหน้ากากอนามัย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยหรือปกติดี

วิธีสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง คือ สวมให้คลุมจมูกและปาก โดยให้ขอบที่มีลวดอยู่ด้านบนสันจมูก และรอยจีบพับคว่ำลงอยู่บริเวณใต้คาง ที่สำคัญอย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนสวมหน้ากากอนามัยและไม่ใช้ซ้ำข้ามวัน

7.ผ่อนคลายอารมณ์ ทิ้งความเครียดไว้นอกบ้าน n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท