
โรงเรียนนักอัลตราซาวด์ ผู้ช่วยยกระดับการรักษา
เรื่อง โยธิน อยู่จงดีปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของระบบสาธารณสุขในประเทศไทยคือ การรอคิวตรวจอัลตราซาวด์ยาวนานนับเดือน ในขณะที่อาการของโรคที่เป็นอยู่ก็หนักขึ้นทุกวัน แต่ปัญหาเหล่านี้กำลังจะได้รับการแก้ไข
เรื่อง โยธิน อยู่จงดี
ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของระบบสาธารณสุขในประเทศไทยคือ การรอคิวตรวจอัลตราซาวด์ยาวนานนับเดือน ในขณะที่อาการของโรคที่เป็นอยู่ก็หนักขึ้นทุกวัน แต่ปัญหาเหล่านี้กำลังจะได้รับการแก้ไข
เมื่อประเทศไทยเรากำลังมีโรงเรียนนักอัลตราซาวด์แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ เป็นโรงเรียนที่จะผลิตนักอัลตราซาวด์ที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ เพิ่มความเร็วและโอกาสในการรักษาของ ผู้ป่วยที่เฝ้ารอคิวเข้าอัลตราซาวด์หลายล้านคนต่อปี
ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า
"เดิมทีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เปิดให้บริการมาแล้ว 8 ปี เริ่มแรกเราเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งจากพระมหากรุณาธิคุณของ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเล็งเห็นถึงความทุกข์ยากของคนเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงสร้างโรงพยาบาลเพื่อจะช่วยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งนี้ขึ้นมา
จนกระทั่ง 2 ปีที่แล้ว พระองค์ท่านทรงเห็นว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้ามาได้รับการรักษามีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตมากขึ้น จึงมีพระประสงค์อยากจะให้โรงพยาบาลแห่งนี้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคอื่นๆ ด้วย เพราะพระองค์ท่านทรงเสด็จไปตามต่างจังหวัดเยี่ยมเยือนราษฎรอย่างที่เราทราบกันดี ทรงเห็นว่าประชาชนคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บ
จึงมีรับสั่งให้ขยายการบริการให้มารักษาผู้ป่วยทั่วไป เป็นที่มาที่ไปของศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา
เราวางแผนไว้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วถึงและรวดเร็ว เพราะพระองค์ท่านทรงตั้งพระทัยให้โรงพยาบาลแห่งนี้ ได้รักษา ผู้ป่วยยากไร้และชนชั้นกลางให้ได้รับการรักษาอย่างดีเยี่ยมเหมือนกับคนที่มีฐานะดี
เพื่อให้โรงพยาบาลแห่งนี้ได้มีโอกาสช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุดโดยไม่จำกัด ใครเข้ามาต้องการให้รักษาก็ต้องรักษาอย่าไปปฏิเสธอย่าไปจำกัดว่าต้องเป็นใครจากไหน และให้มีค่าใช้จ่ายต่างๆ เหมือนกับโรงพยาบาลรัฐทั่วไป"
ด้าน นพ.สุรเชษฎ์ สิริพงษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ อธิบายถึงความสำคัญในการสร้างโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ เพิ่มเติมในมุมมองของวงการแพทย์ว่า
"การทำอัลตราซาวด์ทำอยู่ในปัจจุบันจะทำโดยแพทย์ ซึ่งส่วนมากจะเป็นรังสีแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้การอัลตราซาวด์ในการตรวจรักษา
อัลตราซาวด์เป็นเครื่องมือที่ใช้คลื่นเสียงสะท้อนผ่านเนื้อเยื่อในร่างกายเรา แล้วแสดงภาพออกมาให้เราเห็น ไม่มีรังสีอันตราย ราคาไม่แพง ใช้ในการตรวจคัดกรองรักษาคนไข้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งมีทั้งใช้ในการวินิจฉัยและใช้ในการรักษา
ในแง่ของการรักษามีการใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยใช้เครื่องที่มีความ เข้มข้นสูง ส่งผ่านเนื้อเยื่อทำให้สั่นสะเทือนจนเกิดความร้อนช่วยทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
หากใช้ในงานวินิจฉัยจะใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงแต่ความเข้มข้นไม่สูง ไม่ทำให้เกิดความร้อน อาศัยเสียงสะท้อนแสดงเป็นภาพ สามารถตรวจเช็กภายในได้เกือบทั้งตัว โดยมากใช้ในการตรวจหามะเร็งในตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งในช่องท้อง ตรวจหาเนื้องอก ตรวจเต้านม หรือการตรวจง่ายๆ เช่น นิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในไต"
ข้อดีข้อเสียของการอัลตราซาวด์ เมื่อเทียบกับการใช้รังสีแพทย์ เช่น การเอกซเรย์ นพ.สุรเชษฎ์ ชี้ว่าเครื่องอัลตราซาวด์มีข้อดีคือ ไม่มีรังสีที่ส่ง ผลกระทบต่อร่างกายสามารถทำการตรวจซ้ำได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ โดยเฉพาะการตรวจอวัยวะที่อยู่ส่วนตื้น จะเห็นภาพค่อนข้างชัดกว่าการตรวจด้วยเอ็มอาร์ไอ แต่ข้อเสียของออโต้ซาวด์ก็คือจะผ่านลมไม่ดี เช่น อวัยวะบางส่วนที่มีลมเยอะๆ ต้องใช้การเอกซเรย์จะเหมาะสมกว่า
"ปัจจุบันปัญหาที่เราพบคือจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการตรวจคัดกรองมีมากกว่าจำนวนแพทย์ที่ผลิตออกมาในแต่ละปี รวมทั้งมีปัญหาเรื่องการ กระจายตัวของแพทย์ ซึ่งมักจะไปกระจุกตัวอยู่ที่ตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดการรอคิวอัลตราซาวด์หลายเดือน
เราจึงสร้างโรงเรียนขึ้นมาเพื่อสร้างบุคลากรที่จะจบออกมาเป็นผู้ช่วยแพทย์ในการทำอัลตราซาวด์ในต่างประเทศอย่างเช่น อเมริกา ออสเตรเลีย เขาก็มีปัญหาเหมือนกับประเทศไทย และแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างวิชาชีพใหม่ขึ้นมาก็คือ นักอัลตราซาวด์ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีความรู้ทางด้านกายวิภาค และได้รับการฝึกฝนในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้นมา บ้างแล้ว และมาเรียนการทำอัลตราซาวด์เพิ่มเติม
หน้าที่ของพวกเขาคืออัลตราซาวด์อย่างละเอียด และส่งภาพทั้งหมดให้แพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการวินิจฉัยต่อไป ลองนึกภาพดูว่าหากแพทย์ต้องใช้เวลาในการรักษาทั้งอัลตราซาวด์ไปพร้อมๆ กับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยตัวเอง วันหนึ่งอาจตรวจรักษาคนไข้ได้เพียง 10 คน
นพ.สุรเชษฎ์ บอกว่า ถ้ามีนักอัลตราซาวด์ 5 คน จะตรวจคนไข้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า คุณหมอก็จะมีหน้าที่เพียงแค่การดูภาพอัลตราซาวด์แล้ววินิจฉัยโรคเท่านั้นเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจรักษาคนไข้
"ด้วยแนวความคิดนี้เราเชื่อว่าการสอนบุคลากรที่มีความรู้แต่ไม่ต้องถึงกับเป็นแพทย์ก็ได้ เพื่อตอบสนองกับปัญหาความต้องการที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าคนไข้ได้รับการตรวจอัลตราซาวด์เร็ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสทำให้แพทย์เจอเคสมะเร็งในระยะแรก เพื่อรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น
ได้นักอัลตราซาวด์กระจายตัวไปทำงานอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ห่างไกล พวกเขาทำแค่เพียงอัลตราซาวด์แล้วส่งภาพมาให้แพทย์ประจำจังหวัด เพื่อทำการวินิจฉัยและส่งตัวคนไข้รักษาได้อย่างรวดเร็วจะเป็นผลดีกับการรักษาโรคของคนไทยได้มากแค่ไหน เพราะการลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์เป็นหนึ่งในปณิธานของพระองค์ท่าน"
สำหรับหลักสูตรนี้ได้รับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโมนาช ที่มีชื่อเสียงทางด้านการจัดหลักสูตรอัลตราซาวด์ของออสเตรเลีย เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานสูง เพื่อฝึกคนให้ไปเป็นผู้ช่วยแพทย์ นพ.สุรเชษฎ์ ขยายภาพส่วนนี้ว่า
"จากที่โรงพยาบาลฝึกอบรมเฉพาะบุคลากรภายใน โดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นคนถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้พยาบาลมาเป็นผู้ช่วย ในการตรวจเฉพาะส่วน โรงเรียนแห่งนี้ก็จะมีหลักสูตรที่มีการรับรองมาตรฐาน การเรียนการสอนในโรงเรียนจะมีเครื่องมือให้นักเรียนได้ฝึกฝนการทำอัลตราซาวด์กับหุ่นจำลองที่สามารถชี้ตำแหน่งอวัยวะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ได้เรียนรู้ทักษะการตรวจอัลตราซาวด์ที่ เข้มข้น เพราะบางทีมีความรู้แต่ว่าสแกนไม่ละเอียดพอก็ตรวจหาไม่เจอ
บางคนตรวจเร็วได้ผลไม่ละเอียดพอ บางคนตรวจละเอียดทำให้เห็นภาพของอวัยวะภายในที่ชัดเจนมากขึ้น ตรวจท่าเดียวกับสามท่าก็ให้ผล แตกต่างกันออกไป สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการวินิจฉัยของแพทย์อย่างมาก โรงเรียนนักอัลตราซาวด์จะทําการสอนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จากที่มีไม่ครบให้ครบมากขึ้น ฝึกจนมีความสามารถในระดับที่ดีพอจึงค่อยตรวจคนไข้จริงได้
เป้าหมายระยะแรกของเราคือ อยากจะให้ผู้ที่จบแล้วสามารถเป็นครูสอนตามมหาวิทยาลัยแพทย์ต่างๆ เราก็จะได้บุคลากรด้านนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะลำพังเราคงไม่สามารถผลิตบุคลากรได้ ไม่เพียงพอกับความต้องการ"
ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนักอัลตราซาวด์และศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ สิ่งที่ คนไทยจะได้รับในอนาคตไม่เกิน 4 ปีข้างหน้าจะมี นักอัลตราซาวด์เข้าทำงานในวงการแพทย์เพียงพอกับความต้องการ ลดเวลาในการรอและความเสี่ยงของคนไข้ที่จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เป็นผลจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงห่วงใย พสกนิกรและวางรากฐานใหม่กับวงการแพทย์ไทย เพื่อคุณภาพชีวิตของชาวไทยในอนาคตทุกคน n







