
ชงครม.ลงทุนเมืองผลไม้1,580ล้าน
ชง ครม.อนุมัติระเบียงผลไม้ภาคตะวันออกเชื่อมอีอีซี ลงทุน 1,580 ล้าน ปั้นตลาดผลไม้ 5.19 หมื่นล้าน
ชง ครม.อนุมัติระเบียงผลไม้ภาคตะวันออกเชื่อมอีอีซี ลงทุน 1,580 ล้าน ปั้นตลาดผลไม้ 5.19 หมื่นล้าน
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ จ.จันทบุรี ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (อีสเทิร์น ฟรุต คอร์ริดอร์) หรืออีเอฟซี เพื่อเป็นตลาดกลางประมูลผลไม้คุณภาพสูง ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ก จ.ระยอง ในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยในแผนการดำเนินงานตลอดทั้งโครงการคาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,580 ล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 คือ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและทดสอบความสนใจของนักลงทุน งบประมาณ 80 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน 9 เดือน คาดว่าจะเริ่มเดือน มี.ค.-ธ.ค. 2561 ระยะที่ 2 การก่อสร้างและติดตั้งระบบ งบประมาณ 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินงาน 1 ปี ตลอดปี 2562 และระยะที่ 3 การเริ่มให้บริการตลาดกลางประมูลผลไม้ในปี 2563 โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายผลไม้ในโครงการอีเอฟซี 5.19 หมื่นล้านบาท
"หากโครงการอีเอฟซีสามารถดำเนินการได้ตามเป้าจะผลักดันให้ไทยเป็นมหานครผลไม้ของโลกภายในปี 2564" นายอุตตม กล่าว
นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้เสนอให้ตั้งศูนย์บ่มเพาะเฉพาะทางในภูมิภาค ได้แก่ ศูนย์รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ และศูนย์ออกแบบอัญมณี ซึ่งกระทรวงจะใช้กลไกการทำงานของศูนย์ส่งเสริมรายภูมิภาคของกระทรวงเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนการทำงานของศูนย์บ่มเพาะฯ
ขณะเดียวกันในพื้นที่ จ.ระยอง มีความต้องการให้มีศูนย์กำจัดของเสีย ไม่อันตรายจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี โดยเบื้องต้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองกำลังศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดบ่อฝังกลบของเสียไม่อันตรายและการศึกษาผล กระทบสิ่งแวดล้อม และยังมีพื้นที่ว่างสามารถสร้างศูนย์กำจัดของเสียไม่อันตรายจากโรงงานอุตสาหกรรมได้
นายอุตตม กล่าวว่า ภาคเอกชนมีความต้องการให้รัฐบาลช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กระทรวงจึงจะใช้มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารธุรกิจเอสเอ็มอี โดยผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพฯ จะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ 10% และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหรือลดต้นทุนได้ประมาณ 3-5% ของต้นทุน







