
ทำไมเงินดอลลาร์อ่อนค่า
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ & ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ & ธนาคารกสิกรไทยนับตั้งแต่ต้นปี 2017 จนถึงปัจจุบันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ Dollar Index (ดัชนีเปรียบเทียบค่าเงินดอลลาร์กับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุลของประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐอเมริกา อันได้แก่ เงินยูโร เงินเยน เงินปอนด์สเตอร์ลิง เงินดอลลาร์แคนาดา เงินโครนสวีเดน และเงินฟรังก์สวิส ด้วยวิธีการคำนวณแบบถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในสัดส่วน 57.6% 13.6% 11.9% 9.1% 4.2% และ 3.6% ตามลำดับ) ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และอ่อนค่าไปแล้วกว่า 13% จากระดับ 102.8 ณ ต้นปี 2017 มาอยู่ที่ระดับ 89.2 ณ ปัจจุบัน ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ & ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ & ธนาคารกสิกรไทย
นับตั้งแต่ต้นปี 2017 จนถึงปัจจุบันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ Dollar Index (ดัชนีเปรียบเทียบค่าเงินดอลลาร์กับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุลของประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐอเมริกา อันได้แก่ เงินยูโร เงินเยน เงินปอนด์สเตอร์ลิง เงินดอลลาร์แคนาดา เงินโครนสวีเดน และเงินฟรังก์สวิส ด้วยวิธีการคำนวณแบบถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในสัดส่วน 57.6% 13.6% 11.9% 9.1% 4.2% และ 3.6% ตามลำดับ) ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และอ่อนค่าไปแล้วกว่า 13% จากระดับ 102.8 ณ ต้นปี 2017 มาอยู่ที่ระดับ 89.2 ณ ปัจจุบัน ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
นักลงทุนคงตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเงินดอลลาร์ถึงอ่อนค่าอย่างหนัก ทั้งที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลผลิต ภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีกและคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ต่างปรับสูงขึ้น ในขณะที่การจ้างงานยังคงแข็งแกร่ง อัตราการว่างงานทรงตัวระดับต่ำในรอบ 17 ปี ดัชนีหุ้นสหรัฐทุกดัชนีต่างปรับสูงขึ้นทำจุดสูงสุดครั้งใหม่ตลอดกาล นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐยังได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยในปี 2017 ปรับขึ้นไปแล้วถึง 3 ครั้ง
นักวิเคราะห์ทางการเงินส่วนหนึ่งเชื่อว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์อาจมาจาก 3 สาเหตุหลัก คือ 1) ปัญหาการเมืองที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น โดยความนิยมในตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (38.8%) ทำให้คาดว่าการเลือกตั้งกลางเทอมในกลาง ปีนี้ พรรคเดโมแครตจะเข้ามากุมคะแนนเสียงมากขึ้น ทั้งในสภาล่างและวุฒิสภา ทำให้การผ่านร่างกฏหมายต่างๆ ไม่สามารถทำได้โดยสะดวก 2) ค่าเงินยูโรซึ่งมี ความสำคัญต่อ Dollar Index สูงที่สุด แข็งค่าขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้คาดว่าธนาคารกลางยุโรปอาจลดการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบลงในเวลาอันใกล้ และ 3) พฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทำให้เงินไหลออกจากตลาดสหรัฐที่ให้ผลตอบแทนที่แท้จริงต่ำ และไหลเข้าสู่ตลาดอื่น เช่น ตลาดกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เงินเฟ้อยังต่ำกว่า และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงกว่า
การคาดการณ์ค่าเงินนั้นทำได้ยากมาก เนื่องจากค่าเงินไม่เพียงขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ แต่ยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ อื่นอีกด้วย ดังนั้น การลงทุนในตราสารต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน นักลงทุนควรเลือกใช้กองทุนที่มีระบบการบริหาร ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่าง มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ทำให้ความเสี่ยงโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเรื่องค่าเงิน







