
ขีดเส้นเบิกจ่ายในไตรมาส2
ครม.ผ่านมาตรการเร่งเบิกจ่ายงบลงระบบเศรษฐกิจ ขีดเส้นโครงการลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้าน ก่อหนี้ผูกพันภายในไตรมาส 2 นี้
ครม.ผ่านมาตรการเร่งเบิกจ่ายงบลงระบบเศรษฐกิจ ขีดเส้นโครงการลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้าน ก่อหนี้ผูกพันภายในไตรมาส 2 นี้
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปี 2561 เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐสนับสนุนการ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นไปตามเป้าหมายโดยรวมไม่น้อยกว่า 96% และรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 88%
ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้เสนอมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่าย เนื่องจากการเบิกจ่ายลงทุนยังต่ำกว่าเป้าหมาย โดยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.-ธ.ค. 2560) จากงบประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 8.97 แสนล้านบาท หรือ 30.96% สูงกว่าเป้าหมาย 0.67% แยกเป็นรายจ่ายประจำจากทั้งหมด 2.24 ล้านล้านบาท ได้มีการเบิกจ่ายแล้ว 8.1 แสนล้านบาท หรือ 36.18% สูงกว่าเป้าหมายอยู่ 3.18% ส่วนรายจ่ายลงทุนจากทั้งหมด 6.59 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้ว 8.71 หมื่นล้านบาท หรือ 13.21% ต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ 7.9% แต่ก่อหนี้ผูกพันไปแล้ว 2.53 แสนล้านบาท หรือ 38.37%
ด้านมาตรการระบุให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงาน พิจารณารายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน หากทบทวนแล้วเห็นว่าหมดความจำเป็น หรือมีลำดับความสำคัญลดลง หรือไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว ให้พิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณเพื่อนำไปช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู ผู้ประสบอุทกภัย หรือปรับปรุงซ่อมแซมสถานที่ราชการ หรือสิ่งอื่นเป็นสาธารณประโยชน์ของแผ่นดินที่ได้รับผลกระทบ อันเนื่องมาจากเหตุของอุทกภัยให้กลับคืนสู่สภาพปกติ
นอกจากนี้ หากเป็นรายจ่ายลงทุนสำหรับรายการปีเดียวที่มีเงินต่อรายการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ที่เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือได้ผลการประกวดราคาแล้ว แต่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันหรืออยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันภายในไตรมาสแรก ให้ดำเนินการให้ทันในไตรมาส 2 (สิ้น มี.ค. 2561) หากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ตามที่กำหนดไว้ สำนักงบประมาณจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในขั้นตอนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562







