
คุมเข้ม24หาดทั่วไทย ต้องไร้ควันบุหรี่
ชายฝั่งทะเลของไทยกว่า 2,600 กิโลเมตร ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน สร้างโอกาส
โดย ไชยวัฒน์ สาดแย้ม
ชายฝั่งทะเลของไทยกว่า 2,600 กิโลเมตร ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน สร้างโอกาส เป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว ซึ่งผู้คนจากทุกมุมโลกเดินทางมาเยือนปีละนับสิบล้านคน แต่น่าใจหายที่เมื่อสำรวจพื้นที่ชายหาดเหล่านี้ กลับพบว่ามีขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายอยู่กลาดเกลื่อน ซึ่งเป็นที่มาของนโยบายห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ชายหาด นำร่อง 24 หาด 15 จังหวัดทั่วประเทศ
งานนี้เอาจริง หากฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บรรณารักษ์ เสริมทอง ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 บอกถึงที่มาที่ไปของการวางมาตรการห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ชายหาดว่า เกิดมาจากการที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการสำรวจพบว่าในพื้นที่หาดทรายชายทะเลในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทยเรานั้น มีซองบุหรี่และก้นกรองเป็นขยะที่พบมากที่สุด
“ขยะดังกล่าวเมื่อสัมผัสน้ำจะปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ เช่น แคดเมียม ตะกั่ว สารหนูและอนุพันธ์ของยาฆ่าแมลง ซึ่งเป็นพิษต่อห่วงโซ่อาหารและส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้จัดโครงการมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ออกระเบียบห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณชายหาดขึ้นจำนวน 24 ชายหาด นำร่องใน 15 จังหวัดทั่วประเทศ”
ชายหาด 24 แห่งที่เป็นพื้นที่นำร่อง สำหรับฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วย หาดบานชื่น จ.ตราด หาดแหลมเสด็จ จ.จันทบุรี หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง หาดบางแสน หาดถ้ำพัง หาดทรายแก้ว หาดดงตาล หาดพัทยา จ.ชลบุรี หาดชะอำ จ.เพชรบุรี หาดหัวหิน หาดเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย หาดทรายรี จ.ชุมพร หาดบ่อผุด อ.เกาะสมุย หาดโฉลกบ้านเก่า เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หาดปลายทราย แหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา หาดวาสุกรี จ.ปัตตานี
ส่วนภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต หาดเกาะไข่นอก หาดเกาะไข่ใน จ.พังงา หาดพระแอะ หาดคลองดาว หาดคอกวาง จ.กระบี่ และหาดเจ้าสำราญ จ.ตรัง
ชายหาดทั้ง 24 แห่งเหล่านี้จะเป็นพื้นที่นำร่องในการลดปริมาณขยะ รักษาสมดุลทางระบบนิเวศ ตลอดจนคุ้มครอง สงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟู
สำหรับโครงการดังกล่าวอาศัยอำนาจตามคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1064/2560 เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณชายหาด ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2560 กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดสูบบุหรี่ หรือทิ้งก้นบุหรี่ และขยะมูลฝอยบริเวณชายหาดที่กำหนด โดยจะมีการประกาศเขตการจัดระเบียบให้สูบและทิ้งขยะจากบุหรี่ก่อนจะลงไปที่ชายหาด ผู้ที่จะเดินลงไปในชายหาดต้องสูบให้เสร็จก่อน ห้ามไปเดินสูบบุหรี่บริเวณชายหาดอย่างเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป แต่ในช่วงระยะเวลาแรกจะเน้นการตักเตือนแนะนำ ยังไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ณัฐวดี บันติวิวัฒน์กุล นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง บอกว่า จากการที่ได้สุ่มตรวจเก็บตัวอย่างด้วยการร่อนทรายบนชายหาดตรวจหาก้นบุหรี่ ทั้งชายหาดหัวหินและชายหาดเขาตะเกียบ ชายหาดละ 10 จุด แต่ละจุดห่างกัน 200 เมตร ทำการเก็บตัวอย่างในแปลงขนาด 9 ตารางเมตร ทำการร่อนกองทรายที่ระดับความลึก 10 เซนติเมตร โดยพบว่าบางจุดมีก้นกรองบุหรี่ถูกทิ้งอยู่ในทรายจำนวนมากถึง 116 ชิ้น และใบจาก 1 ชิ้น ซึ่งถือว่าพบในบริมาณมากเลยทีเดียว
สำหรับฝ่ายปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลจัดการด้านความสะอาด นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี ในเบื้องต้นไม่ได้ห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ แต่ขอให้สูบเป็นที่เป็นทาง ตามจุดที่ได้มีการกำหนดโซนนิ่งไว้ และทิ้งก้นบุหรี่ลงภาชนะรองรับ ไม่ทิ้งลงบนหาดทรายชายทะเล นับว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดขยะสะสมและกลายเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม
“พื้นที่ชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะและเป็นจุดที่ประชาชนทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่มักจะพาบุตรหลานมาเล่นน้ำทะเล ทำกิจกรรมครอบครัวบนชายหาด การสูบบุหรี่ให้เด็กๆ เห็นอาจส่งเสริมการสูบบุหรี่ให้กับเยาวชนทางอ้อมได้ ส่วนที่ทางกระทรวงทรัพย์ฯ กำหนดให้พื้นที่หาดหัวหินเป็นพื้นที่นำร่องนั้น เนื่องจากเป็นชายหาดสำหรับระบบโลกเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ซึ่งในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่ประกาศห้ามให้ครอบคลุมชายหาดทั่วทั้งประเทศ ทั้งนี้ เทศบาลเมืองหัวหินจะได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อวางมาตรการในการดำเนินการ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป”
เช่นเดียวกับ ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี ในฐานะที่ดูแลชายหาดชะอำ อ.ชะอำ หาดซึ่งติดกับหาดหัวหินก็บอกว่า ที่ผ่านมามีการสำรวจบริเวณชายหาดชะอำ โดยศูนย์วิจัยอ่าวไทยตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าหาดชะอำซึ่งมีความยาว 5.5 กิโลเมตร มีค่าเฉลี่ยก้นบุหรี่ที่สะสมอยู่ชายหาดประมาณกว่า 1 แสนก้นกรอง ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณสะสมตกค้างที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โครงการหาดชะอำปลอดบุหรี่จึงเป็นโครงการที่น่าส่งเสริม และให้การสนับสนุน
“ขณะนี้ได้ประสาน อ.ชะอำ เทศบาลชะอำ กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์รณรงค์ในรูปแบบ 3 ภาษา คือ ไทย จีน และอังกฤษ เพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และนักท่องเที่ยวได้ทราบว่า หาดชะอำเป็นหาดปลอดบุหรี่แล้ว และในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่ชายหาดปลอดบุหรี่ไปยังหาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี และในพื้นที่ชายหาดต่างๆ ต่อไป”
รอง ผวจ.เพชรบุรี บอกว่า สำหรับชายหาดชะอำนั้น ขณะนี้เทศบาลชะอำได้จัดทำจุดเขตสถานที่สูบบุหรี่ ตลอดเส้นทางชายหาดรวม 50 จุด แบ่งเป็นจุดใหญ่ซึ่งมีสถานที่นั่งพักและมีต้นไม้ล้อมรอบเพื่อบังตา จำนวน 3 จุด และเป็นจุดยืนสูบอีก 47 จุด ในอนาคตมีกำหนดจะเพิ่มจุดสูบบุหรี่ขึ้นอีก 50 จุด เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณผู้สูบบุหรี่ และได้ประสานไปยังชมรมพ่อค้าหาบเร่เตียงผ้าใบ ร้านอาหารชายหาด หากพบนักท่องเที่ยวสูบบุหรี่ในชายหาดจะแจ้งเตือนให้มาสูบในพื้นที่กำหนดให้สูบบุหรี่ได้ก่อน โดยมีการวางแผนประชาสัมพันธ์ วางแผ่นพับใบปลิว ตลอดจนจัดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ทั้ง 3 ภาษา ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ เป็นจุดๆ ตลอดแนวชายหาด
งานนี้เปรี้ยวปากอยากสูบแค่ไหน ก็ขอให้บรรดาสิงห์อมควัน นักสูบทั้งหลายได้อดใจ มองหาป้ายสถานที่สำหรับสูบบุหรี่ที่อนุญาตให้สูบได้เท่านั้น เพราะหลังจาก 1 ก.พ. ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้ว ขืนเผลอสูบบนพื้นที่ชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามสูบ งานนี้นอกจากจะต้องเสียค่าปรับนับแสนบาทแล้ว ยังอาจต้องไอ คุก คุก คุก อีกด้วย







