
สูตรอาหาร เพื่อชีวิตที่กลมกล่อม
เรื่อง แหนง-ดูทามกลางความเงียบของโรงหนัง ท้องของผู้เขียนร้องโครมครามเสียงดัง จนเกรงว่าคนที่นั่งใกล้ๆ จะได้ยิน แต่ไม่แน่ว่า พวกเขาเหล่านั้นก็นั่งท้องร้องอยู่เหมือนกัน ก็ใครจะไปทนได้ ในเมื่อภาพอาหารของหนัง The Last Recipe ช่างยั่วยวน นี่เองกระมังที่เขาเรียกว่า "Food Porn" มันช่างดูน่ากินทำให้น้ำลายสออย่างช่วยไม่ได้
เรื่อง แหนง-ดู
ทามกลางความเงียบของโรงหนัง ท้องของผู้เขียนร้องโครมครามเสียงดัง จนเกรงว่าคนที่นั่งใกล้ๆ จะได้ยิน แต่ไม่แน่ว่า พวกเขาเหล่านั้นก็นั่งท้องร้องอยู่เหมือนกัน ก็ใครจะไปทนได้ ในเมื่อภาพอาหารของหนัง The Last Recipe ช่างยั่วยวน นี่เองกระมังที่เขาเรียกว่า "Food Porn" มันช่างดูน่ากินทำให้น้ำลายสออย่างช่วยไม่ได้
หนังญี่ปุ่น The Last Recipe เล่าเรื่องราวของ มิตสึรุ ซาซากิ (คาซึนาริ นิโนะมิยะ) เชฟผู้มี "ลิ้นกิเลน" ซึ่งสามารถจดจำรสชาติและสามารถปรุงอาหารให้มีรสชาติเหมือนกันได้ แม้ได้ชิมไปเพียงครั้งเดียว
หลังจากไม่ประสบความสำเร็จกับการทำร้านอาหารของตัวเอง มิตสึรุ หันมารับงานทำ "อาหารมื้อสุดท้าย" เสิร์ฟให้กับคนใกล้ตาย เพื่อหาเงินใช้หนี้สินก้อนโต
วันหนึ่งเชฟหนุ่มถูกว่าจ้างให้ไปรับงานที่เมืองจีน ด้วยค่าตอบแทนสูงลิ่ว ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาออกเดินทาง เพื่อตามหาสูตรอาหารซึ่งหายสาบสูญไปนานเกือบร้อยปี และปรุงรสชาติให้เหมือนต้นฉบับ
การเดินทางครั้งนี้เป็นก้าวย่างสำคัญ และมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับ มิตสึรุ ทั้งในฐานะเชฟ และคนคนหนึ่ง
ระหว่างนั้น เชฟหนุ่มผู้นิยมความสมบูรณ์แบบสุดขั้วจนไม่มีใครรับได้ เขาค้นพบตัวเอง รวมทั้งเปลี่ยนแปลงปรัชญาในการปรุงอาหาร ซึ่งสร้างสมดุลให้กับชีวิต เพื่อความกลมกล่อม ไม่หนักรสใดรสหนึ่งมากเกิน
ผลงานการสร้างโดย โยจิโร ทาคิตะ เจ้าของรางวัลภาพยนตร์สาขาภาษาต่างประเทศปี 2008 จาก Departures ซึ่งหลายคนประทับใจไม่ลืมด้วยการนำเรื่องราวของคนในอาชีพรับตกแต่งศพมานำเสนออย่างน่าทึ่ง มาครั้งนี้หนังของเขาก็ยังมีเรื่องความตายเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ (บ้าง)
สร้างจากนวนิยายของ เคอิชิ ทานากะ นักเขียนและผู้กำกับรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับอาหาร ชื่อภาษาญี่ปุ่น Kirin no shita no kioku หมายความว่า ความทรงจำของลิ้นกิเลน หนังเรื่องนี้ถูกจัดอันดับจาก Japan Time ให้ติด 1 ใน 5 หนังญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปี 2017
แสดงนำโดย คาซึนาริ นิโนะมิยะ อดีตสมาชิกวงอาราชิ บอยแบนด์สุดฮอตของ ญี่ปุ่น ผู้ซึ่งเคยโกอินเตอร์กับหนังของ คลินต์ อีสต์วูด เรื่อง Letters from Iwo Jima เพื่อให้สมบทบาท เรื่องนี้นิโนะต้องฝึกฝนการทำอาหาร เขาซึ่งเป็นคนถนัดซ้าย ต้องฝึกฝนจนใช้มีดด้วยมือข้างขวาได้ ทำให้เขามีบาดแผลเป็นที่ระลึกหลายรอยทีเดียว
ในเรื่องนี้ นิชิจิมา ฮิเดโทชิ มารับบท นาโอะทาโร ยามากาตะ เชฟลิ้นกิเลนใน อดีต นอกจากนี้ยังมี อาโออิ มิยาซากิ นักแสดงหญิงซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากบทบาท นานะ มาสร้างสีสัน
คนที่มอบอารมณ์ขันให้กับหนังเรื่องนี้คือ ตัวละครชื่อ เคน ยานากิซาวา เพื่อนคนเดียวของพระเอก ซึ่งรับบทบาทโดย โก อะยาโนะ พี่หนวดผู้ปรากฏตัวบนจอขณะกำลังผัดข้าวเป็นส่วนใหญ่ ส่วน ยูทากะ ทาเคโนะอุจิ อดีตหนุ่มฮอตที่สาวๆ คลั่งไคล้เรื่องนี้มาในบทดาวร้าย ซึ่งแทบจะจำไม่ได้เพราะเปลี่ยนไปเยอะ
หนังเล่าถึงเหตุการณ์ในระหว่างนั้นคนดูถูกยั่วน้ำลายด้วยภาพขั้นตอนการปรุงอาหารกว่า 100 จานจากช่วงปี 1930 และ 2000 อาหารเหล่านั้นสวยงาม อลังการ ละเมียดละไม หาดูยาก และน่ากินมากเสียจนอดท้องร้องไม่ได้
นอกจากยั่วน้ำลายแล้ว หนังยังมอบความอบอุ่นจากเรื่องราวชีวิต และความสัมพันธ์ของตัวละคร ซึ่งชวนให้น้ำตาไหลได้เช่นกัน
The Last Recipe มีความเป็นหนังประวัติศาสตร์ สืบสวนสอบสวน ครอบครัว และชีวิต ผสมผสานกัน หนังเล่าสลับอดีตและปัจจุบัน มีหักมุม ซับซ้อนสไตล์ญี่ปุ่น แต่ดูไม่ยาก
คนที่ประทับใจกับ Departures มาก่อน ก็จะคาดหวังกับเรื่องนี้มาก ก่อนจะรู้สึกว่า หนังเบาไปหรือไม่ลึกเท่า แต่ถ้าไม่เปรียบเทียบ The Last Recipe ก็นับเป็นหนังดีๆ อีกเรื่องหนึ่ง ยิ่งถ้าใครชอบหนังเกี่ยวกับอาหาร หรือชอบดูหนังชีวิตของญี่ปุ่นควรจะได้ชม
หากจะเปรียบเทียบกับอาหาร จานนี้เป็นเมนูง่ายๆ อร่อย อิ่มสบายท้อง ทุกๆ คำที่รับประทาน รับรู้ได้ถึงความตั้งใจ และใส่ใจในการปรุง







