posttoday
รศ.ดร.เอกชัย สุมาลี กับเทคโนโลยีแก้ปัญหาจราจร

รศ.ดร.เอกชัย สุมาลี กับเทคโนโลยีแก้ปัญหาจราจร

04 กุมภาพันธ์ 2561

ในช่วงปีที่ผ่าน หลายคนอาจจะสังเกตเห็นได้ว่าเริ่มมีการนำแอพพลิเคชั่น

โดย โยธิน อยู่จงดี

ในช่วงปีที่ผ่าน หลายคนอาจจะสังเกตเห็นได้ว่าเริ่มมีการนำแอพพลิเคชั่นและเทคโนโลยีเข้าร่วมใช้ในระบบขนส่งสาธารณะและแท็กซี่กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่โอเค ระบบจีพีเอสควบคุมความเร็วในรถโดยสารสาธารณะ และระบบรายงานสภาพการจราจรบนทางด่วน

หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของระบบ เหล่านี้คือ รศ.ดร.เอกชัย สุมาลี ผู้อำนวยการศูนย์ สมาร์ท ซิตี้ รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ (Smart City Research Center - SCRC) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

"แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมเข้ามาทำงานตรงนี้ เริ่มมาจากการได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศหลายแห่ง อยู่อังกฤษก็เกือบ 7 ปี อยู่ฮ่องกงอีก 7 ปี เราได้เห็นคุณภาพชีวิตในสังคมที่เขาพัฒนาแล้ว ในเรื่องระบบการขนส่งและการจราจร ได้มีเวลาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความสุข แต่ทุกครั้งที่กลับมาเมืองไทย เราก็จะเห็นความลำบากของคนไทยในเรื่องการเดินทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความสุขนะ เราก็มีความสุขในแบบของเรา แต่พูดถึงเรื่องการเดินทางยังไม่ใช่

ช่วงที่ย้ายจากอังกฤษไปอยู่ฮ่องกงเราก็ได้เห็นแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อการจราจรในฮ่องกง ก็มีความคิดว่าอยากจะทำแบบนี้บ้าง แต่ว่าถ้าเราจะทำในประเทศอื่น เราก็มีความรู้สึกว่าเป็นการทำเพื่อตอบโจทย์ในแง่ของการทำงาน ในแง่ของงานวิจัย ในมุมของชื่อเสียง แต่ว่ามันไม่ได้ตอบโจทย์ในแง่ของจิตใจ เพราะเราอยากจะเอาความรู้กลับมาพัฒนาประเทศไทยมากกว่า

เรารู้สึกว่าพื้นฐานการให้บริการของระบบเมืองยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ในขณะเดียวกันเราก็เป็นนักวิจัยที่มีผลงานการศึกษาเรื่องเหล่านี้รองรับอยู่ เลยคิดว่าเราสามารถใช้สิ่งที่เรียนรู้จากงานวิจัยมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ ทั้งในแง่แนวคิดนโยบายและแนวคิดในการปรับใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพระบบขนส่งมวลชน"

หลังจากตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ประมาณปี 2550 เอกชัย จึงเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อทำงาน ขับเคลื่อนแนวคิดพัฒนาระบบการขนส่งในเมืองไทย ร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานทางการศึกษา โดยเริ่มจากวางระบบรายงานสภาพการจราจรบนทางด่วน และผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือการวางระบบให้กับออลไทยแท็กซี่ ระบบเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นของคนไทย จากนั้นเขาก็ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาช่วยวางแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบขนส่งมวลชนให้กับกรมการขนส่งทางบก

"ผมเชื่อว่าเราพัฒนาได้แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะระบบขนส่งมวลชนกับระบบผังเมืองไม่สอดคล้องกัน หรือพูดตรงๆ ก็คือยิ่งเมืองเราขยายตัวไปโดยไร้การวางแผนนานเท่าไหร่ ยิ่งไม่สามารถพัฒนาขนส่งมวลชนที่ตอบโจทย์ในการเดินทางครอบคลุมทุกพื้นที่ได้ เราไม่เคยมีการวางผังเมืองโดยคำนึงถึงความหนาแน่นที่เหมาะสมของเมือง

มาถึงตรงนี้เราต้องกระตุ้นให้เกิดการสร้างรถไฟฟ้าให้มากที่สุด เพราะว่าการสร้างรถไฟฟ้าจะเป็นการปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทยให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น และการสร้างเมืองยุคใหม่ต้องอ้างอิงกับระบบการสร้างรถไฟฟ้าที่จะเป็นตัวพลิกโฉมระบบการขนส่งในเมืองของโลกอนาคตทั้งหมด

เวลานี้มีระบบรถไฟฟ้าครอบคลุมเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้ระบบการบริการรถไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่ถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ของเมือง ซึ่งเป็นสเกลที่ใหญ่มากและไม่มีใครเข้าใจในรายละเอียดลึกๆ เราจึงมีความพยายามที่จะนำเสนอข้อมูลในทางภาควิชาการให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบและประชาชนเข้าใจ

ที่ผ่านมาไทยเราพยายามแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการสร้างถนนเพิ่ม แต่พอตัดถนนเพิ่มความหนาแน่นของเมืองก็ขยายไปตามถนน คนก็ยิ่งเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น ทำให้การให้บริการระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทยนั้นไม่เคยที่จะมีประสิทธิภาพเพียงพอ หรือมากกว่าความต้องการของประชาชนเลย

พอเราปรับวางระบบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะแบบใหม่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยกันมาแล้ว ก็ยิ่งทำให้การแก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชนเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้น ผมอยากให้มองว่าการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทุกอย่างล้วนมีเหตุผลที่มาที่ไป อยากให้ลองถามลองคิดถึงตรงนั้น"

เอกชัย เล่าถึงบางวรรคตอนของปัญหาในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนต่อว่า บางช่วงก็รู้สึกท้อที่ต้องมารับแรงกดดันมหาศาล จากความคาดหวังในการแก้ปัญหาที่มีมานานกว่า 40 ปี "แต่เรากำลังต้องการระบบหรือแอพพลิเคชั่นที่สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรทุกอย่างได้ภายในวันพรุ่งนี้ ในขณะที่ระบบของต่างประเทศเขาจะยอมรับกันว่าการพัฒนาต้องมีความค่อยเป็นค่อยไปอาจจะต้องใช้เวลา 2 ปี หรือ 4 ปี ก็ต้องช่วยกันทำให้เป็นไปได้

ท่ามกลางปัญหาการวิพากษ์วิจารณ์ เราก็ได้เห็นความพยายามของหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมการขนส่งทางบกที่พยายามจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะท่านอธิบดีที่ให้กำลังใจกับผมมาตลอด เป็นแรงผลักดันให้ผมเดินหน้าต่อในการใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาแก้ปัญหาจราจร ซึ่งท่านเชื่อว่าเป็นไปได้

อย่างน้อยๆ สิ่งที่เราคิดเราสร้างจากแรงบันดาลใจที่เห็นต่างประเทศพัฒนาระบบขนส่งมวลชน จนประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังมีคนเห็นคุณค่าและนำมาใช้ ผมก็เชื่อว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้มันจะไม่ได้เห็นผลในทันที แต่ในอีกหลายปีข้างหน้าจะเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม จากการที่เราเริ่มลงมือช่วยแก้ปัญหา ดีกว่าที่เราจะอยู่เฉยๆ แล้วมองปัญหานี้ให้ผ่านไป"

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล