posttoday
วิกฤตฝุ่นละอองในอากาศ

วิกฤตฝุ่นละอองในอากาศ

04 กุมภาพันธ์ 2561

ในรอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา อากาศในกรุงเทพมหานคร และตามภูมิภาคต่างๆ

โดย พริบพันดาว

ในรอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา อากาศในกรุงเทพมหานคร และตามภูมิภาคต่างๆ ค่อนข้างแปรปรวนอยู่พอสมควร สะบัดร้อนสะบัดสะบัดฝนอยู่พอสมควร ทั้งที่จริงแล้วเป็นช่วงปลายฤดูหนาวและจะเข้าสู่ฤดูร้อนตามฤดูกาลที่เคยเป็นมา แต่กลับมี 3 ฤดูในวันเดียว

ท่ามกลางอากาศที่เอาแน่นอนไม่ได้ในฤดูหนาวปีนี้ เรื่องหมอกในตอนเช้าจะเป็นความปกติของสภาพอากาศที่หนาวตอนกลางคืน ก็จะมีหมอกลงตามสภาพการณ์ของอากาศ แต่ดูเหมือนว่าหมอกเหล่านี้กลับไม่ใช่หมอกธรรมดาอย่างที่ผู้คนเข้าใจ

ความสงสัยนี้เกิดจากประชาสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียของเพจเฟซบุ๊กดังๆ หลายเพจออกมาตั้งข้อสังเกตว่า หมอกที่ปรากฏตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงช่วงกลางวันนั้น จริงๆ แล้วเป็นควันพิษที่เป็นฝุ่นละอองในอากาศที่เกินค่ามาตรฐาน

ต่อมา กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ออกมายอมรับว่า สถานการณ์มลพิษในพื้นที่กรุงเทพฯ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สูงเกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เกิดขึ้นจริง

ว่าไปแล้ว ฝุ่นละอองที่สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ จะเกาะตัวหรือตกตัวได้ในส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะนั้น เช่น เนื้อเยื่อปอด

หากได้รับในปริมาณมากหรือในช่วงเวลานาน จะสามารถสะสมในเนื้อเยื่อปอด เกิดเป็นพังผืดหรือแผลขึ้นได้ และทำให้การทำงานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลงทำให้หลอดลมอักเสบ เกิดหอบหืดถุงลมโป่งพอง และโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเนื่องจากติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้

เนื่องด้วยสภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ ไม่มีแสงแดด และชั้นอากาศผกผันใกล้พื้นดิน ทำให้มลพิษทางอากาศเกิดการสะสมตัวในปริมาณมากและไม่เกิดการระบาย จึงมีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานและมีผลกระทบต่อร่างกาย ผู้ที่สูดฝุ่นละอองหรือมลพิษในอากาศเข้าไปจึงอาจมีอาการระคายคอ หายใจไม่สะดวก

หากนำข้อมูลของฝ่ายสุขาภิบาลทั่วไป กองอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร มาตอบคำถามก็พบว่าที่มาของการมีหมอกควันปกคลุมทั่วกรุงเทพฯ ฝุ่นในอากาศ ริมถนนของกรุงเทพมหานคร เป็นฝุ่นที่เกิดจากควันดำของรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลถึง 40%

สำหรับการสังเกตว่าเป็นหมอกหรือควันนั้น หากเป็นหมอกจะมีสีขาว แต่หากมีฝุ่นละอองปนมาด้วยจะออกสีขาวปนน้ำตาล เมื่อเห็นว่าเริ่มมีฝุ่นละอองสีขาวปนน้ำตาลก็ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญอากาศภายนอก

เครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 หรือเครื่องวัดฝุ่นละอองแบบละเอียดในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีเพียงแค่ 5 จุดเท่านั้น ในเขตบางนา วังทองหลาง ริมถนนพระรามสี่ ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี และริมถนนลาดพร้าว ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปดูค่า ฝุ่นละออง PM2.5 ใน 5 สถานีพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ที่ http://aqmthai.com/public_report.php แล้วกดเข้าไปดูในแต่ละสถานีที่มีเครื่องตรวจวัดแล้วตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อหยิบข้อมูลจากกรีนพีซประเทศไทยมาดู ก็พบรายงานว่าในปัจจุบัน กรมควบคุมมลพิษของไทยได้กำหนดการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศจากค่าของโอโซนระดับพื้นดิน (O3) คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SOx) ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) และฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10)

ทั้งนี้ ในประเทศไทยมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอยู่ 61 แห่งทั่วประเทศใน 29 จังหวัด และมีแค่ 19 สถานีใน 14 จังหวัดที่มีการติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)

เพราะฉะนั้นจึงมีการเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษปรับค่าฝุ่นละอองในอากาศอย่างละเอียดและเข้มงวดขึ้น และให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เพราะสถานการณ์รุนแรงมากโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ

ความคืบหน้าล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษได้แจ้งว่า การแสดงผลค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในภาพรวม กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบและติดตั้งเครื่องตรวจวัด โดยในปี 2561 นี้เตรียมติดตั้งเครื่องตรวจวัด PM2.5 อีก 20 เครื่อง และวางเป้าหมายว่าในปี 2563 จะติดตั้งให้ครบ 63 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเมือง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ