posttoday
กฎหมาย สส.-สว.

กฎหมาย สส.-สว.

03 กุมภาพันธ์ 2561

เราได้เคยคุยกันเรื่องการบ้านการเมืองที่เกี่ยวข้องกับองคาพยพทางการเมืองต่างๆ นานามากันหลายคำรบ

เราได้เคยคุยกันเรื่องการบ้านการเมืองที่เกี่ยวข้องกับองคาพยพทางการเมืองต่างๆ นานามากันหลายคำรบ โดยเฉพาะเรื่องพรรคการเมือง ก็ได้มีการคุยกันในหลายแง่หลายมุม เรื่องที่เชื่อมโยงโดยตรงกับพรรคการเมือง คือเรื่องของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่เราได้เคยคุยกันมา โดยเฉพาะเรื่องของกำหนดเวลาการเลือกตั้ง ซึ่งก็มีนัยจากฝ่ายความมั่นคง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านทางหัวหน้าและรองหัวหน้า ซึ่งควบการดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีด้วยในระดับหนึ่งว่าจะเป็นเมื่อไร ประมาณใด

กาลต่อมาปรากฏว่าได้มีการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งยังผลให้มีการเลื่อนการดำเนินการของพรรคการเมือง และมีการเพิ่มลักษณะการดำเนินการบางประการตามที่เราได้คุยกันไปแล้ว คือ เรื่องของการจัดตั้งพรรคการเมืองสำหรับผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคใหม่ และการตรวจสอบยอดสมาชิกของพรรคการเมืองที่ได้เคยจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองแล้ว

เรื่องดังกล่าวได้กลายมาเป็นหนึ่งในเหตุผลของข้อเสนอ และได้มีการสนองในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะไปมีผลบังคับใช้ 90 วัน นับถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทำให้การเลือกตั้งที่ได้มีการคาดการณ์กันไว้ตามที่หัวหน้าและรองหัวหน้า คสช. ได้เคยเสมือนหนึ่งปรารภไว้ ซึ่งผู้คนก็ทึกทักเอาว่าจะเป็นประมาณเดือน พ.ย. 2561 ก็จะกลายไปเป็นประมาณเดือน มี.ค. 2562 แต่ก็ยังไม่แน่นอน เพราะท่านก็บอกว่าไม่เคยพูด หรือสัญญิงสัญญาอะไรทำนองนั้น แผนที่เดินทาง หรือ Road Map เป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแปลว่าอะไร

ประเด็นเรื่อง สส.ยังไม่ทันที่จะกลิ่นจาง ประเด็นเรื่องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก็เข้ามา จากเดิมทีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้จัดวางให้มีการเลือกกันเองของบุคคล และได้มีการกำหนดกลุ่มให้มีการเลือกกันเองนั้นเป็น 20 กลุ่ม โดยแยกให้สมมาพาควรแก่การที่จะทำให้บรรดาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ หรือภูมิหลังความเป็นมาเกี่ยวข้องกับด้านใดด้านหนึ่งจะสามารถที่จะลงสมัครเข้ารับเลือกเป็น สว.กันได้ทุกคน เพื่อให้การมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกกันเองเป็นไปได้สำหรับทุกคน ซึ่งถือเป็นบุคคลอันมองว่าเป็นบุคคลธรรมดา

สนช.โดยเสียงข้างมากกลับมิได้เห็นเป็นเช่นนั้น ท่านได้มองร่วมกันว่า กลุ่มยิ่งมาก ยิ่งทำให้ความเป็นไปได้ที่บรรดาบุคคลทั้งหลายจะได้เข้ามาโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม นั้นยาก เพราะจะมีการวิ่งเต้นเส้นสายกันได้ง่าย จึงลดกลุ่มลงจาก 20 กลุ่ม มาเป็น 10 กลุ่ม ซึ่งก็มีเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างก็ว่ากลุ่มยิ่งมากยิ่งดี บ้างก็ว่ากลุ่มยิ่งน้อยยิ่งดี แต่เรื่องของกลุ่มแต่ละกลุ่มนี้ยังไม่เป็นประเด็นเท่ากับเรื่องการกำหนดให้มีการเสนอชื่อจากองค์กรส่วนหนึ่ง การเข้าสมัครเองของบรรดาคนทั่วไปอีกกลุ่มหนึ่ง นี่แหละจะเป็นประเด็น ซึ่งอาจจะถึงขั้นขัดหรือแย้ง หรือไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

หลายคนอาจจะมองว่าคำว่า บุคคล นั้น ก็หมายได้ถึง บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ดังนั้น องค์กรก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรหากจะเสนอชื่อเข้ามาทางนั้นทางหนึ่ง และให้บุคคลอีกแบบหนึ่ง คือ บุคคลธรรมดา สมัครกันเข้ามาเอง ซึ่งเราต้องไม่ลืมว่า พ.ร.ป.ทั้ง 10 ฉบับ รวมถึงฉบับว่าด้วยการเลือก สว.จะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้น นี่คืออีกเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณา ไม่ทราบเหมือนกันว่านี่เอาจริง หรือเป็นอีกหนึ่งการเล่นเกมเท่านั้นเอง รอดูกันครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน