
สถิติเดือนก.พ.หุ้นป่วน
ดีบีเอสฯ คาดเดือน ก.พ.หุ้นผันผวน จากสภาพคล่องที่สูง ให้ระมัดระวังลงทุน แนะออมหุ้นลงทุน
ดีบีเอสฯ คาดเดือน ก.พ.หุ้นผันผวน จากสภาพคล่องที่สูง ให้ระมัดระวังลงทุน แนะออมหุ้นลงทุน
นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า เดือน ก.พ.หุ้นจะมีโอกาสขึ้นมากกว่าลง จากข้อมูลสถิติในช่วงปี 2543-2560 (18 ปี) พบว่า จำนวนครั้งที่หุ้นขึ้นรายเดือนในเดือน ก.พ.เป็น 12 ครั้ง หุ้นลง 6 ครั้ง คิดเป็นโอกาสความเป็นไปได้ที่หุ้นขึ้นอยู่ที่ 67% และ หุ้นลง 33% อย่างไรก็ตาม เปอร์เซ็นต์เฉลี่ยของการขึ้นอยู่ที่ 4% น้อยกว่าเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยของการลงที่ -5%
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ. 2561 มีแรงส่งที่ดี แต่ผันผวนมากขึ้น จากสภาพคล่องทางการเงินที่สูง และเป็นช่วงเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2560 และการประกาศเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งจะทยอยออกมาถึง สิ้นเดือน ดังนั้น จึงประเมินดัชนีเป้าหมายระยะสั้นไว้ที่ 1,850 จุดและระยะ 1 ปีข้างหน้า ไว้ที่ 1,933 จุด (เทียบเท่ากับสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปีนี้ที่ 17.8 เท่า โดยประมาณการอัตราเติบโตกำไรต่อหุ้นตลาดหุ้นไทยที่ 10%
ปีนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น การลงทุนใหม่และการเก็งกำไรตามรอบในปี 2561 มีความเสี่ยงสูงขึ้น ดังนั้นจึงควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีธุรกิจมั่นคง แนวโน้มดี ฐานะการเงินแข็งแกร่ง จ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ และควรวิเคราะห์จังหวะเข้าซื้อและขายในการลงทุนด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการทยอยซื้อสะสมหุ้นดีเพื่อลงทุนระยะยาววิธีลงทุนแบบ Dollar Cost Average (DCA) หรือออมหุ้น ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ หากดัชนียืนเหนือ 1,850 จุด ได้ในสัปดาห์แรกของเดือน ก.พ.ก็มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ เช่น 1,870 จุด หรือสูงกว่า ในช่วงครึ่งแรกของเดือน แล้วครึ่งหลังของเดือนจะพักฐานลงไปต่ำกว่า 1,850 จุด ส่วนกรณีที่ 2 ดัชนีสัปดาห์แรกต่ำกว่า 1,850 จุด ก็มีโอกาสปรับลงมายัง 1,800 จุด หรือต่ำกว่าในช่วงครึ่งเดือนแรก แล้วดีดกลับช่วงสั้น/หรือแกว่งออกด้านข้าง/หรือลงต่อ
นอกจากนี้ ธีมเด่นหุ้นที่ บล.ดีบีเอส แนะนำเป็น 4 ธีมและ 4 หุ้นเด่น โดยในเดือน ก.พ.และได้เพิ่มเข้ามาใหม่อีก 1 ธีม คือ ธีมท่องเที่ยว หุ้นเด่นคือบริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป (ERW) จากเดิมที่มี 3 ธีมและ 3 หุ้นเด่น คือ ธีมการลงทุนฟื้นตัว นโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หุ้นเด่น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ธีมเติบโต หุ้นเด่นบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) และธีมปันผลสูง หุ้นเด่นธนาคารเกียรตินาคิน (KKP)
ปัจจัยที่จะทำให้หุ้นยังไปต่อได้มาจากสภาพคล่องการเงินในตลาดโลกที่สูง และเม็ดเงินแสวงหาผลตอบแทนมากกว่า 1-2% ต่อปี ทำให้ตลาดหุ้นยังจูงใจ เศรษฐกิจโลกเติบโตดีขึ้น ทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น จีน ประเทศในเอเชีย ทำให้ความต้องการเติบโตดี และปริมาณการค้าโลกสูงขึ้น และโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลดภาษีช่วยหนุนกำไรภาคธุรกิจเศรษฐกิจสหรัฐ และกำไร บจ.ในตลาดหุ้น การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันหนุนกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีและการเก็งกำไรงบไตรมาส 4 ปี 2560 และการจ่ายเงินปันผลในช่วงต้นปี
ด้านปัจจัยเสี่ยงคือ 1.ปัญหาการเมืองทั่วโลก ทั้งในสหรัฐ ตะวันออกกลาง คาบสมุทรเกาหลี และในไทย ซึ่งอาจจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 90 วัน 2.ราคาน้ำมันดิบเพิ่มทำให้ต้นทุนภาคธุรกิจสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายผู้บริโภคเพิ่มขึ้น เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นมากกว่าคาด 3.การปรับขึ้นอัตราค่าแรงงานในประเทศอีก 5% กระทบกำไรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก 4.การแข็งค่า ของเงินบาทกระทบบริษัทส่งออก 5.ฟองสบู่ ในตลาดเงินดิจิทัล 6.มูลค่าตลาดหุ้นอยู่ในโซนแพงทำให้อ่อนไหวต่อข่าวลบ
ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ก.พ. ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,827.35 จุด ลดลง 6.25 จุด หรือลดลง 0.34% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 57,321 ล้านบาท
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส แนะนำว่าในช่วงที่หุ้นไทยกำลังปรับฐาน หุ้นปันผลสูง ที่มีความผันผวนต่ำ จึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ เน้นหุ้นที่จ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอ คือ บริษัท แสนสิริ (SIRI) บริษัท ค้าเหล็กไทย (TMT) บริษัท อินทัชโฮลดิ้งส์ (INTUCH) บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) และบริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ (MAJOR) โดยแนะนำก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD 2 เดือน และขายทำกำไรในวันขึ้น XD







