posttoday
บลจ.กรุงไทยจัดเต็มพอร์ต

บลจ.กรุงไทยจัดเต็มพอร์ต

03 กุมภาพันธ์ 2561

บลจ.กรุงไทย เผยกองทุนภายใต้บริหารถือหุ้นไทย 97% ของเอ็นเอวี ชี้ลงทุนเต็มพอร์ต เหตุเชื่อมั่นเศรษฐกิจ

บลจ.กรุงไทย เผยกองทุนภายใต้บริหารถือหุ้นไทย 97% ของเอ็นเอวี ชี้ลงทุนเต็มพอร์ต เหตุเชื่อมั่นเศรษฐกิจ

นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโส สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทุนหุ้นไทยภายใต้การบริหารของบริษัทลงทุนในหุ้นไทยเต็มพอร์ต หรือคิดเป็นสัดส่วน 97% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) แต่ละกองทุน สะท้อนถึงความมั่นใจที่มีต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ม.ค. 2561 กองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.กรุงไทย ถือหุ้นไทย 8 หมื่นล้านบาท ทั้งกองทุนรวมทั่วไป กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล

นายวีระ คาดว่าปีนี้เงินลงทุนต่างประเทศยังไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ ซึ่งไทยจะได้รับอานิสงส์ด้วย บลจ.กรุงไทย ให้น้ำหนัก 2 ตลาด คือ จีนและอินเดีย เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจเติบโตได้ดี และมูลค่าหุ้นยังถูกกว่าไทย โดยตลาดหุ้นจีนมีราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) ที่ 14 เท่า ตลาดหุ้นอินเดีย พี/อี 16-17 เท่า ด้านกำไรบริษัทจดทะเบียน เติบโตเลข 2 หลัก

สำหรับเศรษฐกิจไทย ยังคงมีโมเมนตัมของการเติบโตที่ดี เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว และการฟื้นตัวจากภัยแล้งและปัจจัยชั่วคราวอื่นๆ นอกจากนี้จะได้รับผลดีจากวงเงินงบประมาณกลางปีที่เพิ่มขึ้น 1.5 แสนล้านบาท และการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ 4.0% ในปีนี้

อย่างไรก็ดี ปัจจัยกดดันที่สำคัญ น่าจะมาจากค่าเงินบาท ซึ่งคาดว่าจะแข็งค่าขึ้นอีกประมาณ 5% ในปีนี้ส่รูะดับ 30.8 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในสิ้นปีนี้ ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทและอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ จะกดดันให้อัตราดอกเบี้ยทรงตัวที่ 1.5% ตลอดทั้งปีนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็ตาม

นายวีระ กล่าวว่า สำหรับกลยทุธ์การลงทุนในหุ้นไทย เน้นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มสื่อ และกลุ่มยานยนต์

ด้านหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี ที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งหุ้นในกลุ่มดังกล่าวราคาหุ้นมักจะผันผวนตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ ดังนั้น นักลงทุนอาจใช้โอกาสจากความผันผวนดังกล่าวเป็นการเก็งกำไรในระยะสั้นได้

อย่างไรก็ดี แนะนำให้หลีกเลี่ยงกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบด้านลบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะที่อยู่ในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งยังขาดความชัดเจนในการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะ เฮิรตซ์ และ 1,800 เมกะเฮิรตซ์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท