
บริษัทถูกลดมากกว่าเพิ่มเครดิต
ธิติ การุณยานนท์, Ph. D., CFA & [email protected] & สุชาดา พันธุ, Ph. D. & [email protected]ในปี 2560 ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตให้บริษัท 172 ราย 29 ราย เป็นการจัดอันดับเครดิตใหม่ มีบริษัทที่ยกเลิกอันดับเครดิต 4 ราย และบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ 1 ราย บริษัทคงเหลือ สิ้นปี 167 ราย ที่มีการประกาศอันดับเครดิตต่อสาธารณะ ไม่นับรวมบริษัทที่เข้ามาใหม่ บริษัทที่ยกเลิกอันดับเครดิตและบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ที่มีอันดับเครดิตคงเดิมอยู่ที่ 87.1% เพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อนหน้า
ธิติ การุณยานนท์, Ph. D., CFA & [email protected] & สุชาดา พันธุ, Ph. D. & [email protected]
ในปี 2560 ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตให้บริษัท 172 ราย 29 ราย เป็นการจัดอันดับเครดิตใหม่ มีบริษัทที่ยกเลิกอันดับเครดิต 4 ราย และบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ 1 ราย บริษัทคงเหลือ สิ้นปี 167 ราย ที่มีการประกาศอันดับเครดิตต่อสาธารณะ ไม่นับรวมบริษัทที่เข้ามาใหม่ บริษัทที่ยกเลิกอันดับเครดิตและบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ที่มีอันดับเครดิตคงเดิมอยู่ที่ 87.1% เพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อนหน้า
มีการปรับเพิ่มอันดับเครดิตบริษัท 9 ราย และปรับลดอันดับเครดิต 9 ราย (รวมบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ 1 ราย) ทำให้บริษัทที่ถูกลดอันดับเครดิตต่อบริษัทที่ได้รับการเพิ่มอันดับเครดิตอยู่ที่ 1 จาก 0.69 ในปี 2559
บริษัทที่เปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิต 8 ราย โดยปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต 6 ราย และปรับลดแนวโน้ม 2 ราย มีการประกาศเครดิตพินิจ 4 ราย โดยเป็นเครดิตพินิจแนวโน้ม ไม่ชัดเจน 2 ราย และเป็นเครดิตพินิจแนวโน้ม ลบ 2 ราย โดยบริษัทที่มีเครดิตพินิจแนวโน้ม ไม่ชัดเจน 2 ราย ได้ทบทวนและเปลี่ยนแปลงกลับมามีแนวโน้ม คงที่ ภายในปีเดียวกัน
สิ้นปี 2560 มีบริษัทที่คงเครดิตพินิจแนวโน้ม ลบ 2 ราย มีบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ 1 ราย จึงทำให้บริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้สะสมตั้งแต่ปี 2537 เพิ่มขึ้นเป็น 20 ราย (เป็นบริษัทที่มีการผิดนัดชำระหนี้ระหว่างที่จัดอันดับเครดิต 16 ราย และอีก 4 ราย ผิดนัดชำระหนี้ภายหลังจากขอยกเลิกอันดับเครดิต)
เนื่องจากบริษัทที่เพิ่มขึ้นทำให้อัตราการผิดนัดชำระหนี้สะสม 1 ปี 2 ปี และ 3 ปีในปี 2560 ดีขึ้นเล็กน้อย โดยมาอยู่ที่ 1.16% 2.60% และ 3.71% จาก 1.21% 2.65% และ 3.90% ในปี 2559
บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิต ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ A และ BBB คิดเป็น 84% ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตทั้งหมด
อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นระยะปานกลางทำให้ตลาดตราสารหนี้ไทยยังเติบโต เนื่องจากผู้ออกตราสารต้องการดอกเบี้ยต่ำ ตราสารหนี้ระยะยาวภาคเอกชน สิ้นปี 2560 มีมูลค่าคงเหลือ 2.673 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนตราสารหนี้ที่ไม่มีอันดับเครดิต15%
คาดว่ามูลค่าตราสารหนี้ที่จะออกปี 2561 เพิ่มขึ้น 3-5% จากปีก่อนหน้า โดยมูลค่าตราสารหนี้ที่ออกและจดทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2560 มี 800,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากปีก่อนหน้า มีตราสารที่ไม่มีอันดับเครดิต 23.63% ของตราสารที่ออกทั้งหมดในปี 2560
้ บริษัทในกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เช่าซื้อ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พาณิชย์ และวัสดุก่อสร้าง ออกตราสารหนี้มากกว่า 50% ของมูลค่าหุ้นกู้ทั้งหมดที่ออกในปี 2560







