
สัญญาณดียางราคาพุ่ง
เกษตรฯ ระบุ มาตรการลดส่งออกยาง 3.5 แสนตันส่งสัญญาณดี ดึงราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยยางโลกอยู่ที่ 155 เซนต์สหรัฐ/กก.
เกษตรฯ ระบุ มาตรการลดส่งออกยาง 3.5 แสนตันส่งสัญญาณดี ดึงราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยยางโลกอยู่ที่ 155 เซนต์สหรัฐ/กก.
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงแผนการลดปริมาณส่งออกยางพาราของ 3 ประเทศ ตามมาตรการควบคุมปริมาณการส่งออกยาง (AETS) ของสภาไตรภาคียางพารา (ITRC) ระหว่าง 3 ประเทศสมาชิก ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยกำหนดโควตาการส่งออกยางพาราร่วมกันไม่เกิน 3.5 แสนตัน ตั้งแต่ ม.ค.-31 มี.ค. 2561 ส่งผลให้ราคายางทั้งในประเทศและต่างประเทศเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ณ วันที่ 22 ธ.ค. ที่มีมติเรื่องนี้ออกมาราคายางเฉลี่ยตลาดโลกประมาณ 144 เซนต์สหรัฐ/กิโลกรัม (กก.) หรือประมาณ 40 บาท แต่เมื่อมีมาตรการลดการส่งออกมา 1 เดือน หรือประมาณ 7.7 หมื่นตัน/เดือนของ 3 ประเทศ ราคายางเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 155 เซนต์สหรัฐ/กก. โดยที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นไม่ได้เพิ่มขึ้น
"สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ามาตรการนี้มีผลช่วยดึงราคายางให้เพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของราคายางในประเทศ จากปลายปีอยู่ที่ประมาณ 42 บาท/กก. ณ วันที่ 1 ก.พ. ราคายางอยู่ที่ประมาณ 45-47 บาท/กก. โดยทุกวันที่ 22 ของเดือน แต่ละประเทศจะต้องรายงานผลการดำเนินงาน และในปลายเดือน ก.พ.และต้นเดือน มี.ค. 2561 จะมีการประชุมเพื่อประเมินตัวเลขผลผลิตโลกอีกครั้ง ว่าปริมาณยางส่วนเกินจะคงตัวเลขที่ 3 แสนตันหรือไม่" นายธีธัช กล่าว
นายธีธัช กล่าวว่า ในการประชุมไตรภาคียางรอบต่อไปจะรับรองประเทศเวียดนามเพิ่มเป็นสมาชิก ซึ่งทำให้สภาจะมีด้วยกัน 4 ประเทศ มีปริมาณยางรวม 80% ของผลผลิตยางโลกที่มีประมาณ 12-14 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม มติการประชุมครั้งนี้ทั้ง 3 ประเทศจะลดการส่งออกยางลง 3.5 แสนตัน ใน 3 เดือน เป็นยางของไทยใน 3 เดือนประมาณ 2.3 แสนตัน ของอินโดนีเซีย 9.5 หมื่นตัน และมาเลเซีย 2 หมื่นตัน จะแบ่งเป็น เดือน ม.ค.ส่งออก 5.4 แสนตัน เดือน ก.พ.ส่งออก 5.3 แสนตัน และเดือน มี.ค.ส่งออก 6.6 แสนตัน







