
อินเดียอัดงบ ลุยอุ้มชาวนา หวั่นขาดดุล
อินเดียเผยแผนงบประจำปี มุ่งช่วยชาวนา-พัฒนาชนบท ทำคะแนนเสียงก่อนเลือกตั้งปีนี้
อินเดียเผยแผนงบประจำปี มุ่งช่วยชาวนา-พัฒนาชนบท ทำคะแนนเสียงก่อนเลือกตั้งปีนี้
อรุณ เจตลีย์ รัฐมนตรีคลังอินเดีย เปิดเผยว่า อินเดียจะใช้งบประมาณปี 2018 เพื่อพัฒนาเขตชนบทและภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยวงเงินประมาณ 2.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.8 ล้านล้านบาท) จะใช้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและวางระบบไฟฟ้าในเขตชนบทต่างๆ ซึ่งการทุ่มงบดังกล่าวอาจส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลงบประมาณมากกว่าคาดการณ์ไว้
สำหรับด้านการเกษตรนั้น รัฐบาลประกาศแผนช่วยเหลือชาวนา โดยปรับขึ้นราคาการรับซื้อสินค้าเกษตรเป็นกว่า 50% จากต้นทุนผลผลิต ตามเป้าหมายเพิ่มรายได้ชาวนา 2 เท่าภายในปี 2022 ของนายกรัฐมนตรี นเรนทร โมที ของอินเดีย รวมถึงจะจัดตั้งกองทุนตลาดสินค้าเกษตรวงเงิน 314 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,847 ล้านบาท) และพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร 2.2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ โดยในปัจจุบัน ชาวอินเดีย 800 ล้านคน จาก 1,300 ล้านคน ทำอาชีพเกษตรกรรม คิดเป็น 16% ของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ การทุ่มงบดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่อินเดียจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปช่วงปลายปี 2018 ซึ่งเจตลีย์ระบุว่าจะส่งผลให้อินเดียขาดดุลงบประมาณที่ 3.3% ของขนาดเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2018/2019 มากกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของรัฐบาลที่ 3% ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียคาดว่าจะอยู่ที่ 7.2-7.5% ในปีงบที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2018
นอกจากเพิ่มงบช่วยเหลือชาวนาและคนจนในประเทศแล้ว เจตลีย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลจะใช้งบ 1.8 หมื่นล้านรูปี (ราว 8,816 ล้านบาท) พัฒนาโครงการระเบียงเขตอุตสาหกรรมเพื่อผลักดันแนวคิด "เมก อิน อินเดีย" โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 5 แห่ง ซึ่งมีโครงการระเบียงอุตสาหกรมเดลี-มุมไบ เป็นโครงการต้นแบบหลัก n







