
กลุ่มจีเอ็มเอสเร่งลงทุน
รัฐมนตรีกลุ่มประเทศจีเอ็มเอส กางแผนลงทุนเทคโนโลยีสีเขียว 1.89 หมื่นล้าน หวังกำจัดความยากจน
รัฐมนตรีกลุ่มประเทศจีเอ็มเอส กางแผนลงทุนเทคโนโลยีสีเขียว 1.89 หมื่นล้าน หวังกำจัดความยากจน
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Greater Mekong Subregion - GMS (จีเอ็มเอส) ประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม ได้ร่วมกันร่างแผนลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมระยะเวลา 5 ปี วงเงินรวม 1.89 หมื่นล้านบาท โดยเน้นด้านการลงทุนสีเขียวและความร่วมมือพัฒนาสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค
หลังจากนี้สมาชิกจะร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยภายในงานประชุมระดับรัฐมนตรีจีเอ็มเอสนั้น ได้วางแนวทางทำงานเอาไว้หลากหลายด้านโดยได้รับทุนสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเซีย (ADB) เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันโครงการให้เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้อนุภูมิภาคสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีจีเอ็มเอสได้อนุมัติกรอบยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงาน พ.ศ. 2561-2565 สำหรับแผนงานหลักด้านสิ่งแวดล้อม (the Core Environment Program - CEP (ซีอีพี) Strategic Framework and Action Plan 2018-2022) ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ระยะที่ 3 ของแผนงาน โดยได้ช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้แล้วกว่า 3 หมื่นคน ในเขตชนบทของอนุภูมิภาคให้หลุดพ้นจากความยากจนภายใต้ ซีอีพี ที่ผ่านมาได้มีการระดมทุนเพิ่มเติมมากกว่า 3,500 ล้านบาท สำหรับโครงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพก่อให้เกิดระเบียงความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversitycorridors) ขนาด 15.6 ล้านไร่ ในพื้นที่ข้ามพรมแดน 7 เขต และสร้างอาชีพมากกว่า 1.9 หมื่นคน
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนดังกล่าวจะเน้นไปที่การบริหารจัดการพื้นที่ควบคุมมลพิษและลดความเสี่ยงจากสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ตลอดจนเตรียมความพร้อมให้กับพื้นที่ชนบทในภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology Platform) ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตลาดเชื่อมโยงระหว่างผู้จัดหาเทคโนโลยีและผู้ผลิตหรือผู้ใช้งาน อาทิ เทคโนโลยีกำจัดของเสีย เทคโนโลยีพลังงานทดแทน เทคโนโลยีป้องกันภัยธรรมชาติ ตลอดจนแนวทางจัดสรรเชื้อเพลิง เป็นต้น
"การประชุมครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้เราได้หารือและแลกเปลี่ยนความรู้ ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต" พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว







