
ยื่นปปช.ฟันสนช. ลงมติกม.ปราบโกงขัดรธน.
ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์ปัญหาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เริ่มบานปลาย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่ สนช.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ประเด็นที่ไปแก้กฎหมายลูกเพื่อยกเว้นรัฐธรรมนูญทำได้หรือไม่ ในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช.
ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ปัญหาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เริ่มบานปลาย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่ สนช.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ประเด็นที่ไปแก้กฎหมายลูกเพื่อยกเว้นรัฐธรรมนูญทำได้หรือไม่ ในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช.
ล่าสุด สมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) โดย วิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการ สกสส. ได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เพื่อกล่าวโทษสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 157 คน และ สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติ ไม่ครบและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 ดำรงตำแหน่งต่อไปได้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
บทบัญญัติของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขเพิ่มเติม มีข้อความและผลบังคับใช้ขัดหรือแย้งกับต่อรัฐธรรมนูญ และมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ทั้งยังมีผลใช้บังคับไม่เป็นการทั่วไป มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใด บุคคลหนึ่งเป็นเจาะจง ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคสอง ขัดต่อ "หลักนิติธรรม" จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายไปทั่วทุกวงการและทั่วประเทศ
ผลแห่งการเสนอร่างบทบัญญัติเป็นที่เข้าใจได้ทันทีในเชิงประจักษ์ว่า กรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมาก ได้กําหนดยกเว้นมิให้นําคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและตามบทบัญญัติเรื่องขาดคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช.ตามร่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มาใช้บังคับ ย่อมเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ประธาน ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. รวม 7 คน ดังนี้ 1.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ 2.นายปรีชา เลิศกมลมาศ 3.พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง 4.นายณรงค์ รัฐอมฤต 5.น.ส.สุภา 6.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ 7.พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์
ทั้งนี้ หากพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐรัฐธรรมนูญ และตามร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 178 ตามร่างของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ย่อมมีผลให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.รวม 7 คนในชุดปัจจุบันต้องพ้นจากตําแหน่งไป แต่กลับสามารถอยู่ดํารงตําแหน่งต่อไปอีกจนกว่าจะครบวาระ ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมาก ที่เห็นชอบ ย่อมทราบดี ถึงการ กระทําในการพิจารณาเสนอร่างกฎหมาย ที่มีบทบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยชัดเจน
ทั้งนี้ สมาชิก สนช.จํานวน 157 คน และกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมาก ที่ได้ลงมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 178 อันเป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ โดยได้ร่วมกันหรือสมคบกันกระทําผิดในฐานะ เจ้าหน้าที่รัฐผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. รวม 7 คน ไม่ต้องพ้นไปบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ทั้งๆ ที่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่กลับสามารถอยู่ดํารงตําแหน่งต่อไปอีกได้จนกว่าจะครบวาระ ซึ่งการได้ประโยชน์ดังกล่าวไม่อาจกระทําได้โดยชอบตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย อันเป็นการกระทําความผิดตามมาตรา 123/1 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2542
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีบรรทัดฐานแนวทางการปฏิบัติมาแล้ว ในกรณี 40 สส.ได้เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อปี 2556 ดังกล่าว มิฉะนั้นจะถือว่าท่านเลือกปฏิบัติและมีเจตนาพิเศษช่วยเหลือผู้กระทําผิด เพราะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ประโยชน์จากการเสนอร่าง พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนี้







