
ลงทุนนอกกองทุนคุ้มกว่า
แนะลงทุนตรงต่างประเทศเหมาะรายใหญ่ลงทุนสูง แต่ลงทุนน้อยควรผ่านกองทุนรวม
แนะลงทุนตรงต่างประเทศเหมาะรายใหญ่ลงทุนสูง แต่ลงทุนน้อยควรผ่านกองทุนรวม
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผ่อนคลายให้นิติบุคคลไทยและบุคคลไทยที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนในตราสารและอนุพันธ์ 50 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท ลงทุนในตราสารต่างประเทศและอนุพันธ์ได้โดยไม่ผ่านตัวแทนการลงทุนในประเทศ โดยออกไปลงทุนได้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ราย/ปีนั้น เหมาะกับนักลงทุนไทยที่จะนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศปริมาณมากๆ แต่ไม่เหมาะกับนักลงทุนไทยที่คิดจะแบ่งเงินไปลงทุนตรงต่างประเทศปริมาณไม่สูง
ทั้งนี้ เนื่องจากการไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายหลายประการ เช่น ค่าใช้จ่ายในการโอนเงินเข้าออกต่างประเทศ ซึ่งหากไปลงทุนในปริมาณเงินที่สูงมากและน้อยมากก็เสียค่าใช้จ่ายบางรายการเท่ากัน เช่น การลงทุนในเวียดนาม นำเงินออกไปแต่ละครั้งเฉพาะค่าทำรายการโอนเงิน เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาท ซึ่งกองทุนรวมที่มีเงินลงทุนหลักแสนล้านบาท ก็เสียค่าใช้จ่ายเท่ากัน ดังนั้น การลงทุนผ่านกองทุนรวมสำหรับผู้ที่ลงทุนไม่มากจะคุ้มค่ามากกว่า
"การไปลงทุนตรงในต่างประเทศ ถ้าเม็ดเงินที่ไปลงทุนไม่มากก็ไม่คุ้ม เพราะมีค่าใช้จ่ายหลายรายการและมีเรื่องภาษีด้วย ขณะที่การลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุนรวมจะมีรายการค่าใช้จ่ายที่ผู้ลงทุนต้องเป็นคนเสียโดยตรงน้อยกว่า" นายวิน กล่าว
สำหรับภาพรวมหลัง ธปท.เปิดให้นักลงทุนตรงในต่างประเทศ คาดว่าคงไม่ได้มีผลกระทบมากนักในการทำให้เม็ดเงินที่จะลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศลดลง เพราะนักลงทุนที่เคยลงทุนผ่านกองทุนรวมก็คงโยกย้ายไปลงทุนโดยตรงเองไม่ได้มากนัก โดยการไปลงทุนในต่างประเทศที่ปีนี้ที่น่าจะได้รับความนิยมก็น่าจะยังเป็นการลงทุนในเวียดนาม ซึ่งจะดีต่อเนื่องมาจากปีก่อน







