
ประกันอัคคีภัย ความคุ้มครองวินาศภัยที่คนส่วนใหญ่มองข้าม
การทำประกันอัคคีภัย มีประโยชน์อย่างมาก ในการป้องกันความเสี่ยงของมูลค่าความเสียหายและค่าซ่อมแซมบ้าน
โดย...ศิวัฒม์ สิงหสุตกร
สวัสดีครับ กลับมาพบกับ Insurance Corner กันอีกครั้งในเดือนแรกของปี 2561 นี้ สำหรับปีที่ผ่านมารวมถึงปีก่อนๆ จะเห็นได้ว่าปัญหาความเสี่ยงภัยเดิมๆ ที่พบมักจะพบเจอกันอยู่เสมอสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใด นั่นก็คือปัญหา “น้ำท่วม” นั่นเอง
หลายครอบครัวที่พบเจอปัญหาน้ำท่วมบ้าน นอกจากจะหัวเสียกับสภาพความเป็นอยู่ การเดินทาง และการซ่อมแซมบ้านแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะทั้งค่าซ่อม หรือค่าความเสียหายของทรัพย์สินภายในบ้านที่ถูกน้ำท่วมจนใช้การไม่ได้ ซึ่งแม้เราอาจจะไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ได้ (คงต้องฝากความหวังไว้ที่ภาครัฐ) แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถจัดการล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราได้ยามน้ำท่วม นั่นก็คือการทำ “ประกันอัคคีภัย” นั่นเองครับ
ใช่แล้วครับ ฟังไม่ผิดหรอก เราสามารถทำประกันอัคคีภัย เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยกรณีน้ำท่วมได้
เนื่องจากเมื่อทำประกันอัคคีภัยนั้น โดยพื้นฐานแล้วจะได้ความคุ้มครองมาตรฐานอยู่ 6 ด้าน คือ
1.ไฟไหม้
2.ฟ้าผ่า และการลัดวงจรจากฟ้าผ่า
3.ระเบิด
4.ภัยจากยานพาหนะ หรือสัตว์ลากจูง (เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย)
5.ภัยจากอากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน
6.ภัยเนื่องจากน้ำ ที่ไม่รวมน้ำท่วม (เช่น น้ำรั่ว ท่อประปาแตก)
ซึ่งเราสามารถเลือกทำความคุ้มครองเพิ่มเติมจากความคุ้มครองพื้นฐานเหล่านี้ได้อีก เช่น ภัยจากลมพายุ ลูกเห็บ แผ่นดินไหว หมอกควัน หรือน้ำท่วมอีกด้วย ซึ่งจะมีความคุ้มครองคิดเป็นเปอร์เซ็นจากทุนประกันความคุ้มครองหลักที่เราซื้อไว้ (เช่น ซื้อที่ทุน 1 ล้านบาท ความคุ้มครองภัยน้ำท่วม 30% ก็จะคุ้มครองสูงสุด 3 แสนบาท)
ดังนั้น หากเราต้องการคุ้มครองบ้านเราจากน้ำท่วม เราก็สามารถซื้อประกันอัคคีภัย และซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมเป็นความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วมร่วมด้วยได้ ซึ่งค่าเบี้ยประกันของประกันอัคคีภัยก็ไม่ถือว่าแพงมาก สำหรับทุนประกัน 1 ล้านบาท ความคุ้มครอง 1 ปี ค่าเบี้ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,xxx-2,xxx บาทเท่านั้น (ถ้ารวมความคุ้มครองเพิ่มเติม ค่าเบี้ยก็อาจเพิ่มเป็นประมาณ 2,xxx-4,xxx บาท ขึ้นอยู่กับรายการและมูลค่าความคุ้มครองที่ซื้อเพิ่ม)
โดยประกันอัคคีภัยนั้น จะคุ้มครองเฉพาะมูลค่าความเสียหายของตัวบ้าน และทรัพย์สินภายในบ้านเท่านั้น ไม่คุ้มครองพื้นที่โดยรอบบ้าน ดังนั้นเราจำเป็นต้องประเมินมูลค่าของตัวบ้าน และทรัพย์สินโดยรวมภายในบ้านเสียก่อน เพื่อให้สามารถเลือกความคุ้มครอง หรือทุนประกัน ได้เหมาะสมกับมูลค่ารวมดังกล่าว (แต่ในทางปฏิบัติ อาจจะประเมินให้ตรงกับมูลค่าจริงได้ยาก เนื่องจากมูลค่าที่เราทราบ มักจะเป็นมูลค่าบ้านพร้อมที่ดิน เราจึงทำได้แค่ประเมินคร่าวๆ โดยอาจดูจากสัดส่วนของพื้นที่บ้าน เทียบกับพื้นที่ทั้งหมดว่าเป็นสัดส่วนประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงนำไปคูณกับมูลค่าบ้านและที่ดินทั้งหมดก็ได้)
ส่วนใครที่ไม่ได้อาศัยเป็นบ้าน หรือมีอาคารประเภทอื่นๆ ที่ต้องการความคุ้มครองดังกล่าว ก็สามารถทำประกันอัคคีภัยสำหรับอาคารแต่ละประเภทได้เช่นกัน ทั้งประกันอัคคีภัยสำหรับคอนโด ห้องชุด อาคารสำนักงาน หรือโกดัง เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า การทำประกันอัคคีภัย มีประโยชน์อย่างมาก ในการป้องกันความเสี่ยงของมูลค่าความเสียหายและค่าซ่อมแซมบ้านจากภัยพิบัติทั้งหลาย ไม่ว่าจะทั้งน้ำท่วม หรือไฟไหม้ เนื่องจากความเสี่ยงดังกล่าวแม้จะโอกาสเกิดน้อย แต่หากเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว มักจะมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล ดังที่มีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า “โจรปล้นบ้าน 10 ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว” ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว เราจึงไม่ควรมองข้ามการทำประกันอัคคีภัยเอาไว้ โดยจ่ายค่าเบี้ยแค่หลักพัน แต่มูลค่าคุ้มครองหลักล้าน เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงดังกล่าวเอาไว้ด้วยนะครับ







