posttoday
คอนเทนต์นำเข้ายังฮอต เจเคเอ็นบูมอินเดีย-ฟิลิปปินส์

คอนเทนต์นำเข้ายังฮอต เจเคเอ็นบูมอินเดีย-ฟิลิปปินส์

29 มกราคม 2561

จะเรียม สำรวจจากต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของช่องทีวีดิจิทัล ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งต้องหันมาลดต้นทุนในการดำเนินงาน ด้วยการซื้อเนื้อหาหรือคอนเทนต์จากต่างประเทศแทนการผลิตคอนเทนต์ด้วยตัวเอง เนื่องจากคอนเทนต์ที่ซื้อต้นทุนถูกกว่าผลิตเองมากถึงครึ่งหนึ่ง และหากเกิดเรตติ้งดีขึ้นมาก็ถือว่าถูกหวยไปอีกเด้งหนึ่ง

จะเรียม สำรวจ

จากต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของช่องทีวีดิจิทัล ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งต้องหันมาลดต้นทุนในการดำเนินงาน ด้วยการซื้อเนื้อหาหรือคอนเทนต์จากต่างประเทศแทนการผลิตคอนเทนต์ด้วยตัวเอง เนื่องจากคอนเทนต์ที่ซื้อต้นทุนถูกกว่าผลิตเองมากถึงครึ่งหนึ่ง และหากเกิดเรตติ้งดีขึ้นมาก็ถือว่าถูกหวยไปอีกเด้งหนึ่ง

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือเจเคเอ็น เล็งเห็นโอกาสเดินหน้าลงทุนปีละกว่า 600-800 ล้านบาท นำเข้าคอนเทนต์จากต่างประเทศมาทำตลาด ในประเทศไทย ซึ่งจากผลการตอบรับ ที่ดี ทำให้ปัจจุบัน เจเคเอ็น ปรับค่าคอนเทนต์ขึ้นมาเล็กน้อย จากเดิมจะช่วย ผู้ประกอบการลดต้นทุนได้ประมาณ 70% แต่ปัจจุบันช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 50%

จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือเจเคเอ็น ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหันมา ให้ความสนใจซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศไปออกอากาศกันมากขึ้น เพราะต้นทุนถูกกว่าผลิตคอนเทนต์เองประมาณ 50% เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ทำการผลิตเอง

แม้ว่าต้นทุนจะขยับขึ้นมาเล็กน้อย แต่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลก็ยังคงให้ความสนใจซื้อคอนเทนต์ต่างประเทศไปออกอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมลูกค้าหลักของ เจเคเอ็น จะมีแค่ช่อง 3 ช่อง 8 และไบรท์ทีวีเท่านั้น ในอนาคต จักรพงษ์ บอกว่ามีทีวีดิจิทัลอีกประมาณ 3-4 ช่องที่อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อขาย เพื่อนำคอนเทนต์จาก ต่างประเทศไปออกอากาศ

จำนวนลูกค้าที่กำลังจะเพิ่มขึ้น ดังกล่าว ทำให้ปี 2561 นี้ จักรพงษ์ มีแผนที่จะใช้งบอีกกว่า 600-800 ล้านบาท ในการซื้อคอนเทนต์ใหม่จากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้ามีคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้น

จักรพงษ์ กล่าวว่า ซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ คือ ซีรี่ส์อินเดีย เห็นได้จากการที่แต่ละช่อง นำซีรี่ส์ดังกล่าวไปออกอากาศล้วนแต่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่อง นาคิน ของช่อง 3 หรือเรื่อง สีดาราม ศึกรักมหาลงกา ของช่อง 8 ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงได้แบ่งงบการลงทุนมากกว่า 40% ไปในกลุ่มของซีรี่ส์อินเดีย ซึ่งในส่วนของซีรี่ส์อินเดียที่บริษัทไปซื้อมานั้น จะมาจาก 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือ โซนี่ ฟอกซ์ ซี และไวคอม

นอกจากจะให้ความสำคัญกับ คอนเทนต์ซีรี่ส์จากประเทศอินเดียแล้ว ในปีนี้ จักรพงษ์ ยังมีแผนที่จะให้ความสำคัญกับซีรี่ส์จากประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย เนื่องจากเนื้อหาของคอนเทนต์มีความคล้ายคลึงกับละครไทย จักรพงษ์ จึงมองเห็นโอกาสที่จะทดลองนำซีรี่ส์จากประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ จักรพงษ์ ก็สามารถขายซีรี่ส์จากประเทศฟิลิปปินส์ ได้หมดทุกเรื่องแล้ว ซึ่งหลังจากแต่ละช่องนำไปออกอากาศ จักรพงษ์ ก็มั่นใจว่าจะได้ผลการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี

หลังจากเดินหน้านำเข้าคอนเทนต์และทำกิจกรรมทางการตลาดอย่าง ต่อเนื่อง จักรพงษ์ มั่นใจว่า ภาพรวม รายได้ของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จะโตปีละไม่ต่ำกว่า 15% ต่อเนื่องทุกปีนับจากนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท