
ธุรกิจบล.กำไรสวนทาง
เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กำไรไตรมาส 4 ร่วง 9% ค่านายหน้าลด โนมูระ พัฒนสิน กำไร 475 ล้าน พุ่ง 15% รายได้ค่าธรรมเนียมช่วย
เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กำไรไตรมาส 4 ร่วง 9% ค่านายหน้าลด โนมูระ พัฒนสิน กำไร 475 ล้าน พุ่ง 15% รายได้ค่าธรรมเนียมช่วย
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) เปิดเผยว่า ไตรมาส 4 ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 198.01 ล้านบาท ลดลง 9% จากงวดเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้ปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิเป็น 743.42 ล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรไตรมาส 4 ปี 2560 ลดลงเนื่องจากรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ จำนวน 274.59 ล้านบาท ลดลง 22% จากงวดเดียวกันของปี 2559 ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทลดลง 5% เหลือ 2,899 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมและบริการเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 56% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าที่ปรึกษาทางการเงินและ ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน
ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรจากการซื้อขาย เงินลงทุนในหลักทรัพย์ 152.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม เพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ในไตรมาส 4 ของปีนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวม 461.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายตัวแทนสนับสนุนขายหน่วยลงทุน และค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน
บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน (CNS) แจ้งผลประกอบการปี 2560 มีกำไร 475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2559 จากรายได้รวม 168 ล้านบาท จากรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 64% จากการ เพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหน่วยลงทุน 166 ล้านบาท เนื่องจากการขยายฐานลูกค้าที่ลงทุนกองทุนรวม รายได้ที่ปรึกษาทางการเงินเพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย หลักทรัพย์ลดลง 4.5 ล้านบาท กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือการเงินเพิ่มขึ้น 118 ล้านบาท หรือ 97% ส่วนใหญ่เป็นกำไรจากการขายเงินลงทุนทั่วไป และ รายได้ดอกเบี้ยให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท หรือ 2% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ตามสภาวะตลาดในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยลดลง
ขณะที่รายได้ค่านายหน้าลดลง 121 ล้านบาท หรือ 13% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยของตลาดโดยรวมลดลงจาก 1.7 หมื่นล้านบาท/วัน ในปีก่อนมาเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท/วัน ในปัจจุบัน
สำหรับราคาหุ้น ASP ปิด 4.18 บาท ลดลง 0.02 บาท หรือลดลง 0.48% ส่วนราคาหุ้น CNS ปิด 3 บาท ลดลง 0.02 บาท หรือลดลง 0.67% เป็นไปตามดัชนีหุ้นไทยที่ปิดที่ 1,826.61 จุด ลดลง 10.88 จุด หรือลดลง 0.59%







