
รับมือฝันร้าย
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ บรรดาผู้ผลิตต่างชาติต่างประกาศแผนลงทุนในสหรัฐเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อหวังให้สหรัฐไม่ลงดาบมาตรการการค้ากับผู้ผลิตประเทศอื่น เพื่อช่วยเหลือเอกชนอเมริกันและการจ้างงานภายในประเทศตามนโยบาย "อเมริกาเฟิสต์" ของทรัมป์
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ บรรดาผู้ผลิตต่างชาติต่างประกาศแผนลงทุนในสหรัฐเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อหวังให้สหรัฐไม่ลงดาบมาตรการการค้ากับผู้ผลิตประเทศอื่น เพื่อช่วยเหลือเอกชนอเมริกันและการจ้างงานภายในประเทศตามนโยบาย "อเมริกาเฟิสต์" ของทรัมป์
ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และแอลจี อีเลคทรอนิคส์ สองผู้ผลิตเครื่องซักผ้าจากเกาหลีใต้ ก็เป็นหนึ่งในบริษัทต่างชาติที่ประกาศการลงทุนในสหรัฐเพิ่มเช่นกัน โดยซัมซุงประกาศตั้งโรงงานใหม่ในเซาท์แคโรไลนา เพื่อผลิตเครื่องซักผ้า 1 ล้านเครื่อง และจ้างงานเพิ่ม 1,000 อัตรา ด้วยวงเงินลงทุน 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 หมื่นล้านบาท) ขณะที่แอลจีเริ่มขยายโรงงานในเทนเนสซี ด้วยวงเงิน 250 ล้านดอลลาร์ (ราว 7,750 ล้านบาท) เพื่อผลิตเครื่องซักผ้าและจ้างงานเพิ่ม 600 อัตรา เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐได้ประกาศตั้งภาษีสูงสุดถึง 50% กับเครื่องซักผ้านำเข้าและส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งถือเป็น "ฝันร้าย" ที่สุดที่ซัมซุงและแอลจีต่างคาดการณ์ไว้ และทำให้ทั้งสองผู้ผลิตเครื่องซักผ้าต้องเร่งรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
"พวกเราคาดการณ์ผลเอาไว้หลายอย่าง แต่การตั้งภาษีเซฟการ์ดของสหรัฐเป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุด" คิมกอนแต หัวหน้าฝ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของแอลจี กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวในซัมซุงว่า ในปัจจุบันบริษัทจำเป็นต้องนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องซักผ้าไปก่อนจนกว่าโรงงานในเซาท์แคโรไลนาจะสามารถผลิตได้เต็มกำลังผลิต และมีศักยภาพมากพอที่จะสามารถผลิตชิ้นส่วนสำคัญได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำได้ภายในสิ้นปีนี้
แต่โควตาภาษีนำเข้าเพียง 20% สำหรับเครื่องซักผ้านำเข้า 1.2 ล้านเครื่องแรกนั้นน้อยเกินไป ทำให้ซัมซุงไม่อาจได้ประโยชน์จากซัพพลายเชนใหม่ หลังตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐได้เต็มกำลัง โดยปัจจุบันซัมซุงพึ่งพาการผลิตในประเทศที่ต้นทุนถูกเป็นหลัก เช่น ในเวียดนาม
ผู้บริหารฮุนได มอเตอร์ รายหนึ่ง แสดงทัศนะในเรื่องนี้กับรอยเตอร์สว่า แม้จะหันไปใช้ซัพพลายเออร์ที่ส่งตรงไปยังโรงงานสหรัฐ แต่การตั้งภาษีก็ทำให้การคำนวณต้นทุนยุ่งยากมากยิ่งขึ้น เพราะซัพพลายเออร์รายดังกล่าว ก็มีซัพพลายเออร์อื่นๆ คอยส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ให้อยู่ดีเป็นทอดๆ
"คุณต้องหาทางที่จะปรับตัวหรือหลีกเลี่ยงสักทางหนึ่ง" ผู้บริหารคนดังกล่าวระบุ
ซัมซุงและแอลจีต่างจะหันมาผลิตชิ้นส่วนบางส่วนด้วยตัวเอง แทนที่จะซื้อจากซัพพลายเออร์ ขณะที่ยังอาจจะมีการขึ้นราคาเครื่องซักผ้าในอนาคต โดยยูโรมอนิเตอร์คาดการณ์ว่า ผู้ผลิตเกาหลีใต้อาจต้องขึ้นราคาราว 50-400 ดอลลาร์ (ราว 1,550-1.24 หมื่นบาท) เพื่อลดผล กระทบที่เกิดจากการตั้งภาษีของสหรัฐ
"แม้พวกเราจะติดตั้งเครื่องจักรการผลิต และพร้อมที่จะผลิตชิ้นส่วนภายในโรงงานของตัวเอง แต่จะยังคงต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่านที่ทำให้เราต้องนำเข้าชิ้นส่วนอยู่ดี ซึ่งมีความจำเป็นต่อการทำให้การจัดตั้งโรงงานนี้สำเร็จ" โทนี ฟราเลย์ ผู้จัดการโรงงานของซัมซุง กล่าวกับทางการสหรัฐในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา n







