
ธุรกิจนิคมฮอตรับอีอีซี
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมคึกคัก EA เห็นโอกาสจับมือ กนอ.ลุย 2,500 ไร่ ด้านโรจนะชงบอร์ด เคาะขาย TICON นำเงินลุยลงทุน
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมคึกคัก EA เห็นโอกาสจับมือ กนอ.ลุย 2,500 ไร่ ด้านโรจนะชงบอร์ด เคาะขาย TICON นำเงินลุยลงทุน
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมได้รับ ความสนใจอย่างมาก ทั้งจากนักลงทุน และผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะขยายธุรกิจเข้าสู่การทำธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ภายหลังจากรัฐบาลได้ประกาศนโยบายการลงทุนในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) คาดกันว่าจะ มีการลงทุนระดับ 1 ล้านล้านบาททั้ง โครงการ และจะเห็นในปีนี้ 2.5 แสนล้านบาท อีอีซีส่งผลให้ประเทศเกิดการลงทุนครั้งใหญ่
น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการตรวจสอบ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) เปิดเผยว่า ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมถือว่าได้รับความสนใจมาก และน่าสนใจภายหลังจากรัฐมีโครงการอีอีซี แต่ก็ยังคงต้องรอดูรายละเอียดในเรื่องของสิทธิพิเศษต่างๆ ให้ชัดเจนทั้งหมด ซึ่งถ้าหากชัดเจนก็เชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และจะสามารถดึงดูดการลงทุนของต่างชาติให้เข้ามาในประเทศไทย
"บริษัทมีที่ดินประมาณ 3-4 แห่งในพื้นที่อีอีซี หรือประมาณ 2,000 ไร่ พร้อมรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้น ส่วนการลงทุนเพิ่มก็มองว่าน่าจะจำกัด เพราะที่ดินมีจำกัดแล้วในพื้นที่ดังกล่าว และในปีนี้ก็หวังว่าจะสามารถขายที่ดินได้ 400-500 ไร่ จะเป็นเป้าหมายในทุกๆ ปีของบริษัท" น.ส.อมรา กล่าว
สำหรับกรณีที่มีผู้ประกอบการรายใหม่ให้ความสนใจเข้ามาสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมองว่าเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เป็นเรื่องของการแข่งขัน เพราะถ้าหากมีพื้นที่มีการพัฒนามีความพร้อมในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค ก็เชื่อว่าที่สุดแล้วจะเป็นผลดีกับประเทศ เพราะเมื่อการลงทุนเกิดเศรษฐกิจก็จะดีไปด้วย
สำหรับการตัดสินใจจะขายหุ้นที่ถืออยู่ในสัดส่วน 478.70 ล้านหุ้น หรือ 26.10% ในบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ให้กับกลุ่มทุนที่สนใจหรือไม่อย่างไร จะขึ้นอยู่กับที่ประชุมของคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) จะพิจารณา ซึ่งหากขายก็จะต้องมาดูว่าจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนอะไรต่อไปอย่างไร
ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ขึ้นเครื่องหมาย H ในหุ้น ของไทคอนฯ หลังมีข่าวว่าจะมีการ ซื้อขายหุ้นของผู้ถือหุ้น และเปิดให้ ซื้อขายตามปกติหลังจากไทคอนฯ แจ้งข้อมูลว่าบริษัทได้รับแจ้งจากบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ว่าปัจจุบันมีผู้สนใจ ซื้อหุ้นไทคอนฯ จากโรจนะ
อย่างไรก็ดีปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของราคาและจำนวนหุ้นทั้งนี้ หากมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวบริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบต่อไป
ทั้งนี้ TICON ได้เปลี่ยนโครงสร้าง ผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยทางกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ถือหุ้นใหญ่ 735 ล้านหุ้น หรือ 40.07%
นางออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) กล่าวว่า บริษัทจะขยายเข้าสู่การทำนิคมอุตสาหกรรม โดยจะร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อลงทุนทำนิคมฯ ในเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ ซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดในเรื่องของการถือหุ้นว่าจะถือกันสัดส่วนเท่าไร โดยนิคมฯ ของบริษัทจะอยู่ใน แถว จ.ฉะเชิงเทรา
"การตัดสินใจขยายสู่การทำ นิคมฯ เนื่องจากบริษัทจะต้องทำโรงงานแบตเตอรี่อยู่แล้ว ซึ่งจะต้องใช้พื้นที่ ประมาณ 500 ไร่ ดังนั้นเมื่อต้องใช้ที่ดิน จึงตัดสินใจทำธุรกิจนิคมฯ เลย ซึ่งพื้นที่ ที่เหลือก็จะพัฒนาเพื่อขาย และนำโครงการของบริษัทมาอยู่ในนี้ด้วย" นางออมสิน กล่าว
สำหรับเงินทุนที่ใช้ในปีนี้ ที่คาดว่าจะลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จะมาจากการดำเนินงานและจะออก ตั๋วเงินระยะสั้นบางส่วนซึ่งนำมาใช้ ซึ่ง การออกตราสารหนี้ของบริษัทไม่ได้รับ ผลกระทบจากการผิดนัด เพราะ ทุกวันนี้มีนักลงทุนที่เป็นรายประจำ ยังให้ความสนใจและต้องการลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัท ส่วนปีหน้าจะ ต้องจ่ายก้อนใหญ่ บริษัทก็หาแนวทาง เช่น การออกหุ้นกู้หรือกู้เงิน แต่ยืนยันจะไม่มีการเพิ่มทุนเพื่อรบกวนผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรมมากกว่าตลาด ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2560 ของหุ้นในกลุ่ม แม้จะยังไม่เด่นจากนักลงทุนยังชะลอการซื้อที่ดินเพื่อรอการผ่านร่างกฎหมายอีอีซี
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) จะลงนามขายที่ดินให้กับบริษัท จินป่าว พรีซิชั่น อินดัสทรี่ เพื่อสร้าง โรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในวันที่ 1 ก.พ.นี้







