
ครม.อนุมัติแล้ว! ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ8-20บาทเริ่ม1เม.ย.นี้
ครม.รับทราบเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามมติคณะกรรมการค่าจ้าง 8-20 บาท เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 เม.ย.61
ครม.รับทราบเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามมติคณะกรรมการค่าจ้าง 8-20 บาท เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 เม.ย.61
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้มีมติรับทราบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามมติคณะกรรมการค่าจ้าง โดยในเอกสารการประชุมระบุว่าจะมีการปรับขึ้น 8-20 บาท/วัน มาที่ 308-330 บาท เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 เม.ย.61
นอกจากนี้ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เรื่องค่าแรงงานวันนี้รับทราบแล้ว ในที่ประชุมครม.เสนอเข้ามา แต่มาตรการทางการเงินการคลังก็ต้องออกมาช่วยดูแลช่วยเหลือทางด้านภาษีให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีต่างๆ วันนี้ตนยังกังวลเรื่องเศรษฐกิจระดับล่าง หลายผู้ประกอบการที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีแรงงงานต่ำกว่า 50 คน ไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวจะทำอย่างไร ทุกคนก็กลัวจะเสียภาษี แต่ถ้าขึ้นบัญชีก็จะได้รู้ว่ามีอยู่เท่าไหร่ จะมีมาตรการมาช่วยได้ แต่ถ้าไม่ช่วยกันแบบนี้จะแก้อย่างไร จะหว่านอะไรลงไปได้อีก
นายกฯ กล่าวว่า เอสเอ็มอีก็เหมือนกัน 3 ล้านรายขึ้นทะเบียนไม่ถึง 1 ล้านราย เพราะทุกคนกลัวภาษี แต่ขณะเดียวกันก็อยากได้สิ่งที่รัฐบาลจะช่วยเหลือ ถ้ามันไม่มีบัญชีจะช่วยอย่างไร กฎหมายว่าอย่างไร จะจ่ายเงินให้ใครได้ไหม ถ้าไม่มีใบกำกับภาษี หากรายได้ไม่ถึงก็ไม่เสียอยู่แล้ว ก็ให้อยู่ในระบบ เป็นข้อมูลไว้ก่อนเท่านั้นเอง เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาในอนาคตด้วย อย่าให้เป็นอย่างเดิม ที่ทุกคนไม่มีข้อมูล ต่างคนต่างทำลงไป รัฐบาลก็ทำลงไป ข้าราชการก็ทำไม่ถูก ไม่รู้จะบังคับประชาชนได้อย่างไร ดังนั้นต้องทำทั้งสองฝ่าย เห็นใจรัฐบาลบ้าง เห็นใจข้าราชการบ้าง ที่เหน็ดเหนื่อยมหาศาลมา 3-4 ปี เพราะต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แต่แน่นอนปัญหามันต้องเกิดขึ้น พอใจบ้างไม่พอใจบ้าง
นายกฯ กล่าวด้วยว่า อย่าเพิ่งหมดกำลังใจกับตน กับรัฐบาลคสช.ก็แล้วกัน จะพยายามทำอย่างเต็มที่ อะไรที่มันมีปัญหาอยู่บ้าง ตนก็ตอบรับทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะตนรับผิดชอบ แต่ขอให้เห็นใจบ้างในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ อย่าทำให้สิ่งนี้มากกระทบกับสิ่งนี้ เราต้องแยกแยะเรื่องเหล่านี้ให้ออก ประเด็นของตนไม่ได้ทำแค่ตัวเรา ก็ขอเวลาให้ตนวางรากฐานประเทศอีกสักระยะหนึ่งก่อน มันจะมากจะน้อยก็เป็นไปตามกฎหมาย







