posttoday
อย่าลดสมทบประกัน

อย่าลดสมทบประกัน

28 มกราคม 2561

มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ หลังจากรัฐเตรียมจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 308-330 บาทแบบทั่วประเทศ คาดมีผลเดือน เม.ย.นี้ จากช่วง 2 ปี (2559-2560) ที่ผ่านมา ปรับขึ้นค่าแรงแบบขึ้นบางจังหวัด โดยมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ต้องรับภาระต้นทุนจากค่าแรงที่จะปรับขึ้นดังกล่าว

มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ หลังจากรัฐเตรียมจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 308-330 บาทแบบทั่วประเทศ คาดมีผลเดือน เม.ย.นี้ จากช่วง 2 ปี (2559-2560) ที่ผ่านมา ปรับขึ้นค่าแรงแบบขึ้นบางจังหวัด โดยมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ต้องรับภาระต้นทุนจากค่าแรงที่จะปรับขึ้นดังกล่าว

รัฐเตรียมเสนอให้ผู้ประกอบการสามารถนำต้นทุนค่าแรงที่ปรับขึ้นไปหักภาษีได้ 1.5 เท่า และลดเงินสมทบประกันสังคมทั้งนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 1% เป็นเวลา 1 ปี

ทั้งนี้ ในส่วนของการเยียวยาผู้ประกอบการจากผลกระทบนำค่าใช้จ่ายค่าแรงที่ปรับขึ้นไปหักภาษี 1.5 เท่า มีการประเมินคร่าวๆ เท่ากับเป็นการที่รัฐนำภาษีไปช่วยออกค่าจ้างที่ปรับขึ้นประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายค่าจ้างที่ปรับขึ้นของผู้ประกอบการ เป็นการนำรายได้ภาษีที่โดยหลักควรไปใช้พัฒนาช่วยคนส่วนใหญ่ของประเทศมาเป็นการช่วยเฉพาะกลุ่ม

นอกจากนี้ การเยียวยาที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยคือเรื่องการลดเงินสมทบประกันสังคมทั้งนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 1% เป็นเวลา 1 ปี เพราะเงินสมทบประกันสังคมถือเป็นเงินออมของลูกจ้าง ที่นายจ้างใส่ลงมาในอัตราเดียวกับลูกจ้าง หากมีการลดเงินดังกล่าวลงเท่ากับเป็นการลดรายได้ของลูกจ้าง การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 308-330 บาท จะเป็นแค่เพียงตัวเลขลวงตา เมื่อหักรายได้สุทธิแล้วอาจเหลือขึ้นค่าแรงไม่ถึงอีกวันละ 5 บาท ไม่ใช่ปรับขึ้นตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง หรือบอร์ดไตรภาคี 3 ฝ่าย นายจ้าง ลูกจ้าง และตัวแทนรัฐ บอกว่ามีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเดือน เม.ย.นี้ อีกวันละ 5-22 บาท สวยหรูอย่างที่คิด

เห็นได้จากตามมติของคณะกรรมการค่าจ้างที่กำหนดการปรับค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้จากเดิมปี 2559 ปรับแบบบางจังหวัดออกเป็น 4 ระดับ วันละ 300-310 บาท ส่วนเดือน เม.ย.ปีนี้ จะแบ่งออกเป็น 7 ระดับ วันละ 308-330 บาท หรือมีการปรับขึ้นค่าจ้างทั่วประเทศขึ้นวันละ 5-22 บาท ตามปัจจัยและยุทธศาสตร์แต่ละจังหวัด โดยจังหวัดที่ได้ปรับขึ้นค่าแรงมากสุดวันละ 330 บาท มี 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง ขณะที่จังหวัดที่ได้ปรับขึ้นน้อยสุดเป็นวันละ 308 บาท มี 3 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี

ดังนั้น เมื่อเทียบจังหวัดที่ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำน้อยสุดที่วันละ 308 บาท เทียบกับค่าแรงขึ้นต่ำล่าสุดวันละ 300 บาทแล้ว เท่ากับปรับขึ้นวันละ 8 บาท หากรัฐเห็นด้วยกับมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการให้ลดเงินสมทบเงินประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 1% เป็นเวลา 1 ปี เท่ากับหักในส่วนของนายจ้างลงไป 3 บาท เมื่อหักลบค่าจ้างขั้นต่ำที่ขึ้นวันละ 8 บาท กับเงินสมทบ 1% หรือเท่ากับ 3 บาทแล้ว ค่าแรงที่จังหวัดได้ขึ้นน้อยสุดจะขึ้นแค่ 5 บาท หรือเป็น 305 บาทเท่านั้น ขณะที่ค่าครองชีพในจังหวัดนั้นอาจจะขึ้นไปที่ 8 บาท เท่ากับค่าแรงที่ขึ้นก็ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้รัฐทบทวนมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในส่วนของการหักเงินสมทบฝ่ายนายจ้าง 1% ระยะเวลา 1 ปี เพราะกรณีนี้นอกจากอาจทำให้แรงงานต้องไปแบกค่าครองชีพที่พุ่งแซงค่าแรงที่ได้ขึ้นแล้ว ยังไปขัดกับนโยบายของรัฐที่ต้องการให้ลูกจ้างรู้จักการออมเพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้นในการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. วันที่ 30 ม.ค.นี้ ที่อาจจะนำเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเข้าที่ประชุมพร้อมกับมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ จึงอยากให้ ครม.พิจารณาเรื่องนี้ให้ครบถ้วนก่อนมีมติ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท