
ไอซีโอ เงินดิจิทัล นโยบายของประเทศ
ยินดี ฤตวิรุฬห์โลกใหม่กำลังมาถึงและเชื่อว่าไม่สามารถหลีกหนีกับประเด็นที่กำลังเกิดขึ้น การระดมทุนด้วยเงินดิจิทัล (ไอซีโอ) ที่กำลังฮอตฮิตไปทั่วโลก
ยินดี ฤตวิรุฬห์
โลกใหม่กำลังมาถึงและเชื่อว่าไม่สามารถหลีกหนีกับประเด็นที่กำลังเกิดขึ้น การระดมทุนด้วยเงินดิจิทัล (ไอซีโอ) ที่กำลังฮอตฮิตไปทั่วโลก
ย้อนกลับมาดูในส่วนของประเทศไทย เชื่อแน่ว่าเราก็จะต้องเดินเข้าไปสู่ถนนเส้นนี้เช่นกัน แต่จะเข้าไปในแบบไหนอย่างไร
รพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของประเทศ ว่าเราจะเดินไปทางไหน จะห้ามเลย จะไม่กำกับดูแล หรือเดินสายกลาง คือ ให้มีและกำกับดูแล ซึ่งเรื่องนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนของการแลกเงิน คือ คริปโตเคอเรนซี่ สำนักงาน ก.ล.ต. ในส่วนของไอซีโอ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบิตคอยน์และกระทรวงการคลัง ที่จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน ที่ทั้ง 4 หน่วยงานนี้จะต้องมีการประชุมร่วมกันและกำหนดท่าทีสรุปออกมาร่วมกันว่าจะอย่างไร
ถ้าหากมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุน ก็ไม่สามารถที่จะเดินต่อไปได้แม้ว่าที่ผ่านมาในส่วนของสำนักงานจะได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อนำไปสู่การออกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการระดมทุนผ่านไอซีโอ เพราะถ้า ธปท.ไม่เห็นด้วยก็ไปต่อไม่ได้ เพราะ ธปท.จะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องที่ผู้ลงทุนจะต้องมาแลกเงินเป็นบิตคอยน์
"เดือน ก.พ.นี้ ทั้ง 4 หน่วยงานจะประชุมร่วมกันเพื่อออกนโยบายในเรื่องนี้มา ซึ่งถ้าออกมาในแนวทางที่ 3 คือ เดินทางสายกลาง คือเปิดให้มีและกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ทางสำนักงานก็จะนำผลที่เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อที่จะออกเป็นกฎเกณฑ์มาใช้บังคับ ซึ่งคาดว่าจะเห็นประกาศในเรื่องของการระดมทุนผ่านไอซีโอได้ในช่วงไตรมาส 2" เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหม่มากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะไอซีโอเป็นเรื่องของการใช้เทคโนโลยี เป็นสตาร์ทอัพ ที่ไม่มีคนเคยทำกันมาก่อน ดังนั้นกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ให้กับประชาชนที่ใช้กันมา เช่น บริษัทที่จะระดมทุนจะต้องมีกำไรติดต่อกัน จะต้องทำคาดการณ์กำไรในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรก็ทำไม่ได้เพราะล้วนเป็นธุรกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นกฎเกณฑ์เหล่านี้จะไม่สามารถนำมาใช้ได้กับการระดมทุนแบบไอซีโอ
"จากผลสำรวจจะพบว่าการทำธุรกรรมแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะ 95% ประสบความล้มเหลว หรือง่ายๆ คือเจ๊ง เพราะทุกอย่างทำบนระบบคอมพิวเตอร์ และที่ประสบความสำเร็จมีเพียง 5% เท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จที่สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล" รพี กล่าว
ขณะนี้ไอซีโอถือว่าฮอตมาก เพราะเป็นธุรกรรมที่ตัดตัวกลางออกไป คนออกตราสารสามารถถึงตรงต่อผู้ลงทุนโดยตรง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่นิยมมาก ซึ่งตราสารที่ออกและขายก็จะไม่มี เรตติ้ง ไม่มีแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ซึ่งนักลงทุนจะต้องวิเคราะห์การลงทุนเอง และนี่ก็คือพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่ทดลองทางการตลาด เป็นพื้นที่ทดลองไอเดียและต่อยอดออกไปถ้าเป็นสิ่งที่ใช่
รพี กล่าวว่า ในส่วนของ ก.ล.ต.ที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นก็มีทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง ซึ่งส่วนเห็นต่างที่ชัดเจนถือในเรื่องของการกำหนดวงเงินทั้งลงทุนและระดมทุน ซึ่งถ้าหากการประชุมร่วมกันโอเคทั้งหมด ในส่วนของรายละเอียดวงเงินก็จะมีการกำหนดอีกครั้งว่าจะเป็นเท่าไร เช่น 3 แสนบาท ซึ่งที่แสดงความคิดเห็นมานั้นมีทั้งว่าน้อยและมากไป ซึ่งเรื่องนี้ก็จะต้องพิจารณากันอีกครั้ง
สำหรับแนวทางในการกำกับดูแล ไอซีโอที่เป็นหลักทรัพย์นั้น ก.ล.ต.จะทดลองให้เกิด Track ICO เฉพาะส่วนแบ่งร่วมลงทุน และจะทำผ่าน ICO Portal ที่ ก.ล.ต.ยอมรับ จัดให้มีประเภทผู้ลงทุนและจำกัดวงเงินลงทุน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้สนใจที่จะเสนอตัวเข้ามาเป็น ICO Portal 5 ราย และในส่วนของภาคธุรกิจให้ความสนใจที่จะระดมผ่าน ICO ประมาณ 15 ราย
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ ICO Portal จะต้องเป็นบริษัทไทย มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ในการคัดกรอง และบอกข้อกังวลต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ แต่การมี ICO Portal เข้ามาช่วยคัดกรอง ก็ไม่ได้การันตีว่าการลงทุนจะไม่เจ๊ง
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้เสนอขายนั้นจะกำหนดให้มีไวท์เปเปอร์ ซึ่งจะเทียบเคียงได้กับ หนังสือชี้ชวน แต่ยังไม่ได้กำหนดข้อมูลขั้นต่ำในการเปิดเผย และรูปแบบการเปิดเผยข้อมูล และจะมีสัญญาอัจฉริยะที่จะระบุเงื่อนไข ข้อตกลงโดยอ้างอิงกับไวท์เปเปอร์ แต่ก็จะขึ้นอยู่กับผู้ออกว่าจะเปิดเผยหรือไม่
"ก.ล.ต.ขอย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีการกำกับดูแลไอซีโอ ตลอดจนไอซีโอส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมข้ามประเทศ ประชาชนจึงมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความคุ้มครองและการเยียวยาตามกฎหมาย นอกจากนี้ ประชาชนควรทำความเข้าใจลักษณะโครงการที่มาระดมทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน และควรตระหนักว่าการลงทุนในไอซีโอเป็นการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งแม้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงหากโครงการประสบความสำเร็จ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้เช่นกัน และยังอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและการขาดสภาพคล่องของดิจิทัลโทเคน ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ รวมทั้งการถูกฉ้อโกงหรือหลอกลวงจากผู้มีเจตนาทุจริตด้วย" รพี กล่าว







