
เศรษฐกิจไม่ดี เพิ่มสมาชิก‘กอช.’ยาก
ชลลดา อิงศรีสว่างอีกไม่กี่เดือนกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จะมีอายุ 4 ปี หลังจากที่ได้เปิดดำเนินการในปี 2558 ที่ผ่านมา การดำเนินงานของกองทุน กอช.ไม่ค่อยราบรื่น ผ่านมรสุมทางการเมืองจนกองทุนล้มลุกคลุกคลานหลายครั้ง โดยกฎหมายกองทุน กอช.มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2554 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ยังไม่ทันเริ่มรับสมาชิก ก็มีการเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สั่งล้มกองทุน กอช. จนมีการเปลี่ยนทางการเมืองอีกครั้งในปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ ก็สั่งเดินหน้ากองทุน กอช.อีกครั้ง
ชลลดา อิงศรีสว่าง
อีกไม่กี่เดือนกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จะมีอายุ 4 ปี หลังจากที่ได้เปิดดำเนินการในปี 2558 ที่ผ่านมา การดำเนินงานของกองทุน กอช.ไม่ค่อยราบรื่น ผ่านมรสุมทางการเมืองจนกองทุนล้มลุกคลุกคลานหลายครั้ง โดยกฎหมายกองทุน กอช.มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2554 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ยังไม่ทันเริ่มรับสมาชิก ก็มีการเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สั่งล้มกองทุน กอช. จนมีการเปลี่ยนทางการเมืองอีกครั้งในปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ ก็สั่งเดินหน้ากองทุน กอช.อีกครั้ง
กระทรวงการคลังและผู้บริหารของ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตั้งเป้าว่าจะหาสมาชิกให้ได้ 1 ล้านราย แต่ก็ทำได้แค่ 5 แสนกว่าๆ เท่านั้น
ปัญหาการหาสมาชิกของกองทุน กอช.มาจากหลายสาเหตุ เริ่มตั้งแต่เป็นเรื่องใหม่ การประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง ประชาชนยังไม่เข้าใจว่าการออมเงินไปแล้วจะได้เท่าไร โดยที่ผ่านมา กองทุน กอช.ได้พยายามเร่งแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างพันธมิตรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กองทุนหมู่บ้าน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้แรงงานนอกระบบเข้าใจ แต่ก็เหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้น ทำให้ สมพร จิตเป็นธม ยื่นใบลาออกจากการเป็นเลขาธิการ กอช. เปิดทางให้กระทรวงการคลังตั้งเลขาธิการ กอช.คนใหม่ ซึ่งก็ได้ จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ มาเป็นเลขาธิการ กอช.คนใหม่
โจทย์ใหญ่ที่เลขาธิการ กอช.คนใหม่จะต้องเจอก็เป็นเรื่องเดิมๆ คือจะต้องขยายสมาชิกให้ได้ตามเป้าหมาย ทำให้ผู้ใช้แรงงานนอกระบบที่มีมากถึง 24-25 ล้านคน เห็นประโยชน์ของการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ เนื่องจากประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว หากไม่สามารถหาหลักประกันรายได้หลังเกษียณของคนในประเทศอย่างเพียงพอจะทำให้ต้องใช้เงินงบประมาณหลายแสนล้านบาทต่อปีดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว
หากเทียบกับแรงงานนอกระบบที่มีอยู่ทั้งหมด ต้องถือว่าสมาชิกที่หาได้ขณะนี้และเป้าสมาชิก 1 ล้านราย คิดเป็นประมาณ 5% ของแรงงานนอกระบบเท่านั้น ขณะที่แนวโน้มการหา สมาชิกให้ได้ 1 ล้านราย ก็แทบเป็นไปได้ยาก แรงงานนอกระบบบางส่วนที่เข้ามาเป็นสมาชิกก็มีบางส่วนที่เข้าแล้วออก เพราะกองทุน กอช.เป็นกองทุนภาคสมัครใจ ไม่ได้เป็นกองทุนภาคบังคับ ทำให้แรงงานนอกระบบยังไม่ ตื่นตัวที่จะเข้าเป็นสมาชิก รวมถึงเป็นกองทุนการออมระยะยาว กว่าจะได้ดอกผลหรือได้เงินใช้ก็หลังเกษียณอายุ 60 ปีไปแล้ว ทำให้แรงงานนอกระบบไม่สนใจเข้าเป็นสมาชิก แม้ว่าจะเปิดให้เป็นสมาชิกได้ตั้งแต่อายุ 15-60 ปี
กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ทำคลอดกองทุนการออมแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้คนไทยแก่แล้วมีกิน แต่เมื่อตั้งกองทุนไปพักหนึ่งแล้วไม่เป็นไปตามที่คิด ไม่มีคนมาเข้าร่วมมาก ก็จะต้องกลับมาทบทวนว่ากฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันเหมาะสมหรือไม่ สิทธิประโยชน์ที่ให้กับสมาชิกเพียงพอหรือเปล่า
อดีต รมว.คลัง มีความเห็นว่า ควรจะมีการปรับสิทธิประโยชน์ที่ให้กับสมาชิกขึ้น หากไม่ส่งเสริมให้มีการออมเพิ่มรัฐบาลจะรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างไร เพราะคนไทยที่มีบำนาญกินหรือมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับแรงงานทั้งหมด
"สิ่งที่อยากให้มีการดำเนินการเพิ่มคือ การส่งเสริมการออมให้กับเด็ก ทุกโรงเรียนมีธนาคารโรงเรียนของธนาคารออมสิน หากเอากองทุน กอช.ไปเชื่อมต่อมันก็จะช่วยขยายฐานสมาชิกที่มีอายุน้อยลงด้วย" กรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ มีการประเมินกันว่า หากเป็นสมาชิก กอช.ตั้งแต่อายุ 15 ปี และจ่ายเงินสะสมสูงสุดเป็นประจำถึงเกษียณอายุ 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือน 6,000-8,000 บาท ไม่รวมกับเบี้ยคนชราที่รัฐบาลจ่ายให้ทุกเดือน เมื่อไปรวมกับสวัสดิการของรัฐด้านอื่นๆ เช่น รักษาฟรี ก็น่าจะทำให้การใช้ชีวิตหลังเกษียณอยู่ได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาคือแรงงานนอกระบบไม่มีเงินมากพอจะจ่ายสมทบถึงปีละ 1.32 หมื่นบาท ตามที่รัฐบาลหวังไว้
อีกปัญหาที่สำคัญของการหา สมาชิกของ กอช.คือ แรงจูงใจยังน้อยเกินไป โดยเฉพาะการจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลที่ตอนนี้ให้สูงสุด 1,200 บาท/ปี แบ่งตามช่วงอายุ คือ 15-30 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบ 50% แต่ไม่เกิน 600 บาท/ปี อายุ 30-50 ปี รัฐบาลจ่ายสมทบ 80% แต่ไม่เกิน 960 บาท/ปี และอายุ 50 ปีขึ้นไป รัฐบาลจ่ายสมทบ 100% แต่ไม่เกิน 1,200 บาท/ปี
ด้าน จารุลักษณ์ ระบุว่า ขณะนี้ กอช.อยู่ระหว่างแก้กฎกระทรวงเพื่อให้มีการออมเงินในฝั่งของสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 3 หมื่นบาท ถ้าออมในระดับนี้ตั้งแต่อายุ 15-60 ปี จะมีเงินใช้ช่วงเกษียณเดือนละ 1.5 หมื่นบาท การเพิ่มเงินออมในฝั่งสมาชิก เพื่อจูงใจให้กลุ่มอาชีพอิสระเข้ามาออมมากขึ้น เพราะเงินในส่วนนี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย
อย่างไรก็ดี แม้จะแก้ไขกฎหมายหรือให้เพิ่มเงินสมทบเพิ่ม ก็ยังไม่น่าจะจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้าเป็นสมาชิก กอช.มากขึ้น เพราะการตัดสินใจเป็นสมาชิก กอช. คือการผูกพันระยะยาว ความมั่นคงในงานและรายได้ปัจจุบันของแรงงานเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ตัดสินใจเป็นสมาชิกกองทุนหรือไม่ หากรายได้ปัจจุบันน้อยลง รายจ่ายเพิ่มขึ้น การต้องมามีภาระจ่ายสมทบเงินกองทุน กอช.อีก จะทำให้การดำรงชีวิตในระยะสั้นลำบากขึ้น แม้ว่ากองทุนจะไม่ได้บังคับให้ส่งเงินสมทบเป็นประจำทุกเดือนทุกปี แค่กำหนดไว้ว่าสมาชิกจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนได้ไม่เกินปีละ 1.32 หมื่นบาท บางรายก็ยังไม่สามารถทำได้
ดังนั้น การที่จะเห็นสมาชิกกองทุน กอช.แตะ 1 ล้านคน ตามเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ คงจะต้องใช้เวลาอีกนานหลายปี n







