posttoday
จีบโลกลงทุนยาก ทรัมป์กดดันค้าโลกระอุ

จีบโลกลงทุนยาก ทรัมป์กดดันค้าโลกระอุ

25 มกราคม 2561

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์ การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการประชุมแรกในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐของโดนัลด์ ทรัมป์ และกลายเป็นเวทีนานาชาติแรกของปีที่ทรัมป์ใช้เพื่อแสดงทิศทางนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศต่อสายตาประชาคมโลก ด้วยการเอ่ยชักชวนให้ธุรกิจทั่วโลกมาลงทุนในสหรัฐ และยังเปลี่ยนท่าทีต่อการค้าเสรีพหุภาคีที่เคยถอนตัวไปครั้งหนึ่ง

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการประชุมแรกในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐของโดนัลด์ ทรัมป์ และกลายเป็นเวทีนานาชาติแรกของปีที่ทรัมป์ใช้เพื่อแสดงทิศทางนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศต่อสายตาประชาคมโลก ด้วยการเอ่ยชักชวนให้ธุรกิจทั่วโลกมาลงทุนในสหรัฐ และยังเปลี่ยนท่าทีต่อการค้าเสรีพหุภาคีที่เคยถอนตัวไปครั้งหนึ่ง

"สหรัฐเปิดกว้างสำหรับธุรกิจ และพวกเราก็กลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง" ทรัมป์กล่าวหลังประสบความสำเร็จในการปฏิรูปภาษีและลดภาษีนิติบุคคลให้กับเอกชนเหลือ 21% จาก 35%

นอกจากนี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีเวิลด์ อีโค โนมิก ฟอรั่ม ว่า จะกลับมาพิจารณาเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) หรือเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สหรัฐในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นผู้ผลักดัน ก่อนที่ทรัมป์จะถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่รอยเตอร์สยังรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ทรัมป์อาจกลับมาเข้าร่วมข้อตกลงสภาพอากาศปารีสด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะระบุว่า นโยบายอเมริกามาก่อนไม่ได้หมายถึง "อเมริกาจะโดดเดี่ยว" แต่การพูดคำว่า "เปิดกว้าง" เพื่อรับการลงทุนจากธุรกิจทั่วโลกในครั้งนี้กลับไม่ไปด้วยกันกับการกระทำของสหรัฐ ที่ดำเนินมาตรการปกป้องการค้าไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์ และกำลังจะดำเนินการในอีกหลายส่วนเป็นลำดับถัดไป

"การลดภาษีเป็นสัญญาณว่าประเทศกำลังเปิดกว้างสำหรับธุรกิจ แต่การตั้งกำแพงภาษีแสดงให้เห็นว่าพวกเราปิดรับธุรกิจ ดังนั้น ทรัมป์กำลังส่งสัญญาณที่ไม่แน่ชัดให้กับโลก" เดวิด วิลเลียมส์ ประธานของสมาพันธ์ปกป้องผู้เสียภาษี องค์กรไม่แสวงผลกำไรในกรุงวอชิงตันซึ่งศึกษาผลกระทบนโยบายของรัฐบาลต่อเศรษฐกิจ กล่าวกับสำนักข่าววอยซ์ออฟอเมริกา

ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะชักชวนให้ โลกมาลงทุน สหรัฐได้ตั้งกำแพงภาษี "เซฟการ์ด" กับเครื่องซักผ้าในอัตรา 20% สำหรับสินค้านำเข้า 1.2 ล้านเครื่องแรก และเพิ่มเป็น 50% หากนำเข้าเครื่องซักผ้าเกินจำนวนที่กำหนด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าให้กับเอกชนสหรัฐ หลังได้รับร้องเรียนจากเวิร์ลพูล ผู้ผลิตเครื่องซักผ้าอเมริกัน ตามกฎหมายการค้า มาตรา 201 และยังตั้งภาษี 30% กับแผงและอุปกรณ์โซลาร์เซลล์นำเข้า

ความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐ สร้างความตึงเครียดให้กับบรรยากาศการค้าโลก โดยเฉพาะเมื่อเกาหลีใต้และจีนต่างออกมาเตรียมโต้ตอบมาตรการของสหรัฐ

เครื่องซักผ้าจากเกาหลีใต้ ทั้ง แอลจีและซัมซุง ครองส่วนแบ่งการตลาดสหรัฐอยู่ 1 ใน 4 จึงทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องเร่งตอบโต้ด้วยการเตรียมยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) และยังขอเปิดเจรจาทวิภาคีกับสหรัฐเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว ขณะที่จีน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเครื่องผ้าและแผงโซลาร์ไปยังสหรัฐรายใหญ่ ก็วิพากษ์วิจารณ์มาตรการของสหรัฐอย่างรุนแรง

"จีนไม่ควรปล่อยให้สหรัฐเดินหนีไปโดยไม่ต้องสูญเสียอะไรเลยสำหรับการเรียกร้องที่ไร้เหตุผล" บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โกล บอลไทมส์ ในเครือพีเพิลเดลี สื่อในมือของรัฐบาลจีน ระบุไว้

หลังความเคลื่อนไหวของสหรัฐได้ไม่นาน กระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยว่า จะเริ่มการทบทวนการตั้งกำแพงภาษีเคมีภัณฑ์ คือ เอทาลีน ไกลคอล โมโนบิวทิล อีเทอร์ และไดเอทิลีน ไกลคอล โมโนบิวทิล อีเทอร์ ตัวทำละลายที่ใช้ในการผลิตเคมีภัณฑ์หลายชนิด ซึ่งนำเข้าจากสหรัฐและกลุ่มประเทศยุโรป หลังตั้งภาษีต่อต้าน การทุ่มตลาดกับสินค้าดังกล่าวที่ 9.3-18.8% เป็นระยะเวลา 5 ปี เมื่อปี 2013 ใกล้จะหมดอายุลง

สำหรับสหรัฐแล้ว การตั้งภาษีเครื่องซักผ้าและแผงโซลาร์อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดย สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ ระบุว่า ทรัมป์จะพิจารณาข้อตกลงต่างๆ ที่สร้างความไม่เท่าเทียมทางการแข่งขัน และจะดำเนินมาตรการทางการค้าต่อไป ซึ่งหมายความว่าอาจจะมีการตั้งกำแพงภาษีสินค้าชนิดอื่นเพิ่มขึ้นอีก

บรรดานักวิเคราะห์ รวมถึงโกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจของสหรัฐ คาดการณ์ว่าสินค้าชนิดต่อไปที่จะต้องเผชิญกับกำแพงภาษีอาจจะเป็นเหล็กและอะลูมิเนียม หลัง โรเบิร์ต ไลท์ ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ เพิ่งส่งรายงานการสอบสวนสินค้าอะลูมิเนียมกรณีกระทบกับความมั่นคงให้กับทรัมป์ไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์มีเวลาพิจารณาจะเห็นชอบรายงานดังกล่าวใน 90 วัน และมีเวลาอีก 15 วันในการดำเนินมาตรการทางการค้า

"สหรัฐจะไม่หลับตาข้างหนึ่งต่อการค้าที่ไม่ยุติธรรม พวกเราไม่สามารถมีการค้าที่เปิดกว้างและเสรีได้ หากบางประเทศยังคงเอาเปรียบบนความทุกข์ของประเทศอื่น" ทรัมป์กล่าวภายในสุนทรพจน์เดียวกันกับการเชิญชวนโลกลงทุนบนเวทีเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐก็มีท่าทีจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ส่งออกอเมริกัน โดยมนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวในที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่มก่อนหน้าที่ทรัมป์จะไปถึงว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐนั้นกำลัง อยู่ทิศทางอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีต่อสหรัฐในแง่ของ การค้าและการสร้างโอกาสใหม่

คำกล่าวของมนูชินทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ แตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลว่าสหรัฐกำลังแทรกแซงค่าเงินดอลลาร์ทางวาจา และจุดชนวนสงครามค่าเงินขึ้น โดยด้านมาริโอ ดรากี ผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้เปิดเผยว่า ค่าเงินยูโรที่ แข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์ เป็นผลมาจาก "การสื่อสาร" ของบุคคลบางคน

"อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวไปในทิศทางนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจัยภายใน เช่น เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น แต่ก็มีปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวเนื่องกับการสื่อสาร และไม่ใช่อีซีบีเป็นผู้กระทำ แต่เป็นผู้อื่น ซึ่งการสื่อสารของบุคคลนั้นไม่เป็นไปด้วยกันกับกฎที่เคยตกลงกันไว้" ดรากี กล่าว

หลังจากได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงเสียงเรียกร้องให้ออกมาชี้แจงจากคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทรัมป์ได้ออกมาเปิดเผยว่า ต้องการให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมากกว่า ขณะที่มนูชินออกมาปฏิเสธตามมาว่า ไม่ได้มีเจตนาจะพูดเพื่ออ่อนค่าเงินดอลลาร์

ในด้านของการกลับมาเข้าร่วม ทีพีพีนั้น สหรัฐมีเงื่อนไขว่าจะต้องเจรจาใหม่เพื่อแก้ไขข้อตกลงบางประการให้สหรัฐได้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่ง ยาสุโตชิ นิชิมูระ รองโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ระบุหลังการเปิดเผยของทรัมป์ว่า แม้ญี่ปุ่นรู้สึกยินดีที่ทรัมป์เห็นความสำคัญของข้อตกลงทีพีพี แต่จะไม่มีการ กลับมาเจรจาแก้ไขข้อตกลงดังกล่าวอีก ขณะที่สมาชิกที่เหลือ 11 ชาติชองทีพีพี เตรียมจะลงนามข้อตกลงใหม่สำหรับ ทีพีพี-11 ในวันที่ 8 มี.ค. 2018 นี้แล้ว

การเปิดกว้างแค่เพียงบนเวทีของทรัมป์โดยปราศจากการเปลี่ยน "ทัศนคติ" และ "การกระทำ" ของสหรัฐที่ไล่บี้แบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก จึงอาจทำให้ปีที่สองของรัฐบาลทรัมป์เป็นปีแห่งการกดดันการค้าโลกอย่างเต็มตัวและน่ากลัวขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท