
ทำไมกู้ไม่ได้...(2)
ต่อจากฉบับที่แล้วที่เขียนเรื่องนี้...ทำไมกู้ไม่ได้ คำถามยอดฮิตจากปากเอสเอ็มอีคนตัวเล็กที่กำลังดังที่มีอยู่ในขณะนี้ ประเด็นเรื่อง...ตัวผู้กู้ นี่คือหัวข้อแรกที่เจ้าหน้าที่สินเชื่อหยิบเป็นไฮไลต์พิจารณาก่อนว่าเข้าข่ายจะเล่นด้วยหรือไม่ ตัวผู้กู้เป็นหัวใจหลักของธุรกิจ จะอยู่หรือไป สู้หรือไม่สู้ก็อยู่ที่ตัวเจ้าของกิจการ เกณฑ์การวิเคราะห์จึงเข้มงวดมากเป็นพิเศษ
ต่อจากฉบับที่แล้วที่เขียนเรื่องนี้...ทำไมกู้ไม่ได้ คำถามยอดฮิตจากปากเอสเอ็มอีคนตัวเล็กที่กำลังดังที่มีอยู่ในขณะนี้ ประเด็นเรื่อง...ตัวผู้กู้ นี่คือหัวข้อแรกที่เจ้าหน้าที่สินเชื่อหยิบเป็นไฮไลต์พิจารณาก่อนว่าเข้าข่ายจะเล่นด้วยหรือไม่ ตัวผู้กู้เป็นหัวใจหลักของธุรกิจ จะอยู่หรือไป สู้หรือไม่สู้ก็อยู่ที่ตัวเจ้าของกิจการ เกณฑ์การวิเคราะห์จึงเข้มงวดมากเป็นพิเศษ
ถ้าเป็นรายใหม่เอี่ยมป้ายแดงที่ยังไม่เคยลงมือทำธุรกิจนั้นๆ มาก่อน อันนี้ต้องบอกตรงๆ ว่ายากครับ เว้นแต่จะแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ความเชี่ยวชาญ รู้ลึกรู้จริง เคยเป็นลูกจ้างมานานหรือไปแอบซุ่มฝึกฝนเรียนรู้จนแตกฉานอะไรประมาณนั้น แต่ถือว่าเป็นกลุ่มมีความเสี่ยงสูงโอกาสกู้ได้น้อย เลี่ยงได้เขาก็จะเลี่ยงไม่อยากรับมาถือเรื่องไว้ให้เสียเวลา เขาชอบรายที่มีประสบการณ์เก๋าเกม เพราะเชื่อว่าจะประคับประคองนำพาธุรกิจไปรอดตลอดระยะเวลากู้เงิน 5 ปี 7 ปีได้
มือใหม่หัดขับมักจะสะดุดกับสารพัดปัญหาในช่วง 1-2 ปีแรก ซึ่งมันจะไปกระทบกับการผ่อนจ่ายหนี้กับแบงก์ อันนี้ถือว่าเป็นมุมความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจเจ้าหนี้เหมือนกัน ถ้ากู้สั้นๆ แบงก์ก็อาจกล้าเสี่ยง แต่ยิ่งสั้นยอดผ่อนก็ยิ่งเยอะ มันก็ไม่สัมพันธ์กับความสามารถค้าขายของคนตัวเล็ก ตัวคนกู้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนใหม่ ต้องหาจุดโชว์เก๋าหรือมีทีมที่น่าเชื่อถือบริหารกิจการ และควรเก็บประวัติสร้างผลงานสักระยะให้ดูดีเสียก่อน ไม่ควรใจร้อนยื่นกู้ด้วยแผ่นกระดาษ หากถูกปฏิเสธจะติดประวัติในถังข้อมูลของแบงก์
ส่วนกรณีเป็นรายที่ทำธุรกิจอยู่แล้วทั้งบุคคลและนิติบุคคล อันนี้มีโอกาสดีกว่าป้ายแดง แต่ก็ต้องพิสูจน์ผลงานย้อนหลังให้เขามั่นใจว่ามีประวัติดี ผลงานดี ส่วนใหญ่ดูผลประกอบการที่งบการเงินและสเตทเมนต์ ยอดขายเยอะแต่เดินบัญชีน้อย อันนี้ก็ลำบาก เขาไม่เชื่อลมปากมากกว่าตัวเลขที่พิสูจน์ได้ ดังนั้นใครที่ชอบทำงบขาดทุนหรือไม่เอาเงินเดินบัญชีก็จะกู้ยาก เรื่องนี้ต้องทำและมีเทคนิคทำที่ไม่ยากเกินไป
ส่วนข้อมูลอีกตัวที่ถือเป็นไฮไลต์ก็คือประวัติทางการเงิน ที่เรียกว่า...เครดิตบูโร อันนี้ก็เป็นด่านหินที่มักจะเจอปัญหาทำให้กู้ไม่ได้กันมากมาย ต้องย้ำก่อนว่าตามกฎหมายแบงก์ห้ามปฏิเสธผู้ยื่นกู้ว่าติดเครดิตบูโร ใครพูดแบบนี้มีสิทธิติดคุกได้ อยากชี้ให้ผู้กู้เข้าใจว่าแบงก์เขาดูอะไรในเครดิตบูโร เขาดู 2 อย่างและเป็นห่วง 1 อย่าง...ดูความรับผิดชอบหนี้ กับ ดูความสามารถก่อหนี้ ประวัติมันจะฟ้องว่ามีความรับผิดชอบหนี้ในอดีตและปัจจุบันดีหรือไม่ จ่ายตรงจ่ายครบมีสะดุดหรือไม่ มีประวัติการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่ ไม่ว่าหนี้นั้นจะมากหรือน้อย
ส่วนความสามารถก่อหนี้ก็เห็นได้ทันทีว่าใครกู้มากกู้น้อย มีบัตรเครดิตเป็นหางว่าวหรือไม่ จ่ายหมดหรือผ่อนจ่าย ยอดกู้กับยอดรายได้เหมาะสมแค่ไหน โตด้วยหนี้หรือด้วยทุน เรื่องนี้ถือเป็นข้อมูลส่วนตัว ตัวผู้กู้เท่านั้นที่จะขอได้ ไม่มีใครรู้ข้อมูลนอกจากตัวคนกู้
ดังนั้น ใครคิดจะกู้ก็น่าจะต้องพอรู้เบื้องหลังตัวเองก่อนว่ามีปัญหาหรือไม่อย่างไร ถ้ามีอะไรไม่เรียบร้อยก็ควรไปแก้ปัญหาให้หมดสิ้นก่อน หรืออย่างน้อยไปปรับโครงสร้างหนี้ที่เดิมให้สะเด็ดน้ำ เพราะหากขืนปล่อยกู้ให้กับคนที่ผิดนัดกับรายเก่าอยู่ วันดีคืนร้ายถูกรายเก่าฟ้องเอาเรื่อง เจ้าหนี้ใหม่ก็จำเป็นต้องฟ้องด้วย ในทางปฏิบัติเขาจึงยังไม่พิจารณาจนกว่าจะเคลียร์หนี้เก่าให้นิ่งเสียก่อน ตรงนี้ล่ะที่บอกว่า...เป็นห่วง 1 อย่าง
เอาไว้เขียนต่อฉบับวันจันทร์หน้าครับ







