posttoday
คนตกงานเพราะ AI ?

คนตกงานเพราะ AI ?

26 มกราคม 2561

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ผมเริ่มทำงานวิจัยปริญญาเอกด้าน AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่เอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) เพื่อพยากรณ์การทรุดตัวของดินกรุงเทพฯ จากการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งถือเป็นผลงานที่ล้ำสมัยที่สุดในแวดวงวิศวกรรมโยธายุคนั้น เพราะสามารถประมวลผลและแก้ปัญหาตัวแปรที่ซับซ้อนเกินกว่าที่สมองมนุษย์จะทำได้ในเวลาอันสั้น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย

เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ผมเริ่มทำงานวิจัยปริญญาเอกด้าน AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่เอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) เพื่อพยากรณ์การทรุดตัวของดินกรุงเทพฯ จากการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งถือเป็นผลงานที่ล้ำสมัยที่สุดในแวดวงวิศวกรรมโยธายุคนั้น เพราะสามารถประมวลผลและแก้ปัญหาตัวแปรที่ซับซ้อนเกินกว่าที่สมองมนุษย์จะทำได้ในเวลาอันสั้น

ด้วยอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์แบบ AI จากวันนั้นถึงวันนี้ AI ได้ก้าวออกจากห้องวิจัยในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงโดยสมบูรณ์แล้ว โดยเข้ามาเป็นมันสมองของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จนถึงหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้าน โปรแกรมเฟซบุ๊กที่อ่านใจเราและจดจำเพื่อนเราได้อย่างแม่นยำ แถมขายสินค้าออนไลน์ที่ตรงใจเราอย่างเหลือเชื่อ ก็ต้องยอมรับว่า AI ทำให้ชีวิตของมนุษย์เราสะดวกสบายขึ้นจริง

แต่จากความสะดวกสบาย เริ่มเป็นความกลัว เพราะเชื่อแล้วว่า AI และหุ่นยนต์จะทดแทนคนได้จริง เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วคนอเมริกันมีความรู้สึกว่าจีนแย่งงานไปจากคนอเมริกันเพราะแรงงานถูก แต่วันนี้ไม่ใช่กลัวคนแย่งงานคนแล้ว แต่จะกลัวหุ่นยนต์ที่ไม่มีชีวิตจะแย่งงานคนมากกว่า

ยิ่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเผยแพร่ผลงานวิจัยที่ว่า 35% ของงานในประเทศอังกฤษจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ภายใน 2 ทศวรรษนี้ ทั้งมีข่าวว่าบางธนาคารของไทยจะลดสาขาจากพันกว่าแห่ง เหลือเพียง 400 แห่ง และลดพนักงานเหลือเพียงครึ่งเดียวภายใน 3 ปีนี้ ยิ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่าคนจะถูกทดแทนด้วยคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน และยังมีงานวิจัยจากอีกหลายองค์กรขู่ให้ตกใจอีกว่า หุ่นยนต์จะสามารถแทนงานที่คนทำได้ทั้งหมดทุกอาชีพ แต่ก็ยังมีผลการศึกษาจากบางสำนักโต้กลับกันว่า AI น่าจะมา สร้างงานมากกว่าแย่งงานคนก็มี สร้างความสับสนยิ่งขึ้นไปอีก

เรื่องนี้ แมคคินซีย์ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำของโลกได้เสนอว่า เป็นการยากที่จะระบุว่าอาชีพใดจะตกงานเพราะหุ่นยนต์ แต่จะสามารถบอกความเสี่ยงของแต่ละอาชีพได้จากลักษณะของการทำงานนั้นๆ มากกว่า คือ งานที่ต้องทำซ้ำๆ ใช้ทักษะง่ายๆ เดิมๆ งานแบบนี้จะถูกทดแทนได้ง่ายมาก เช่น งานในโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ หรืออิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่ในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยก็ก้าวล้ำสมัย ใช้หุ่นยนต์แทนคนไปนานแล้ว หรือแม้แต่งานรับโทรศัพท์ งานนำเสนอสินค้า งานประชาสัมพันธ์ ก็คงไม่พ้น ยิ่งงานที่เกี่ยวกับเอกสาร ทั้งงานพิมพ์ดีด งานจัดส่งเอกสาร และงานลงบัญชี คอมพิวเตอร์และ หุ่นยนต์จะทำแทนได้ทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้นงานสินเชื่อธนาคารก็จะถูกทดแทนด้วย AI ที่สามารถประมวลผลข้อมูลบุคคลจำนวนมาก หรือบิ๊กดาต้า เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการใช้หนี้ได้อย่างแม่นยำโดยไม่ลำเอียง และแม้แต่งานสอนหนังสือของครูก็อาจถูกทดแทนได้ด้วยหุ่นยนต์ ที่สามารถทั้งสอน ทั้งแสดงภาพ ทั้งตอบคำถามได้ทุกคำถามในวิชานั้นได้อย่างแม่นยำ รวดเร็วกว่าครูตัวเป็นๆ เสียอีก หากครูไทยยังสอนแบบเดิมๆ คงไม่รอด ต้องตกงานเพราะหุ่นยนต์ AI แน่นอน

หากถามผมว่าคนจะตกงานเพราะ AI หรือไม่ ผมก็ยังเชื่อมั่นว่าถึงแม้หุ่นยนต์จะชาญฉลาดเท่าใดก็ตาม สิ่งที่โลกในอนาคตยิ่งแสวงหามากขึ้นคือ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะยิ่งนับวันยิ่งสูญหายไป คงไม่ต้องรอถึงยุคหุ่นยนต์หรือ AI ครองตลาดแรงงานโลก เพราะวันนี้เราก็ไม่ได้คุยกันต่อหน้าต่อตากันแล้ว แม้ขณะที่นั่งทานข้าวด้วยกันในครอบครัว ก็เห็นแต่ทุกคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ กดไลน์ โพสต์ เฟซบุ๊ก ดังนั้นปัจจุบัน AI ได้แย่งชีวิตความเป็นมนุษย์ของเราไปหมดแล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงอนาคต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ