
เป้าหมายวิถีพุทธกับชีวิตการทำงาน
แจ็ค หม่า (Jack Ma) เจ้าของบริษัท
โดย พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี ภาพ : เครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี-รอยเตอร์ส
แจ็ค หม่า (Jack Ma) เจ้าของบริษัท อาลีบาบา มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยแสนล้าน ตอนหนุ่มๆ เคยล้มเหลวกับการทำงาน เพราะไปสมัครงานเป็นพนักงานของ KFC สมัคร 25 คน เขารับ 24 คน มีคนไม่ผ่านคนเดียวคือ แจ็ค หม่า
คำปฏิเสธคำเดียวคือ บุคลิกไม่ผ่าน แต่ แจ็ค หม่า ไม่ท้อแท้ ล้มแล้วรีบลุกขวนขวายหาความรู้ภาษาอังกฤษ และสมัครเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และหาช่องทางความรู้เรื่องเว็บไซต์และอินเทอร์เน็ตต่างๆ สุดท้ายตั้งบริษัท อาลีบาบา ขายตรงสินค้าทางอินเทอร์เน็ต ประสบความสำเร็จเป็นมหาเศรษฐี แล้วตัดสินใจกลับไปที่จุดล้มเหลวคือ เขากลับไปซื้อกิจการของ KFC ในประเทศจีนทั้งหมด ไม่ยอมแพ้โชคชะตาที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง แต่ต่อสู้ชีวิตจนโชคชะตาไม่กล้าปฏิเสธ จึงยืนความสำเร็จด้วยการเป็น “เจ้าของกิจการ”
คำว่า “ความสำเร็จ” ทุกคนย่อมปรารถนามากกว่า “ความล้มเหลว” เมื่อสำเร็จการศึกษาทุกชีวิตก็เดินทางต่อตามเป้าหมายของชีวิตกับการทำงาน ลองผิดลองถูกตามความฝันที่ตั้งใจ หลายคนก็สำเร็จ บางคนก็ผิดหวังกับการงาน เจอบททดสอบทั้งคนแบ่งพรรคแบ่งพวก ล่อลวง เฝ้าจับผิด สอพลอ และประพฤติเหลวแหลก ภาษิตจีนจึงสอนกันว่า “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ” ต้องอาศัย 3 สิ่ง คือ “ ฟ้า-ดิน-คน” ฟ้าคือ เรื่องรอบตัวที่เราควบคุมไม่ได้ ดินคือ สภาพแวดล้อมที่เราเลือกจะยืนอยู่ และคนคือ ตัวเราเอง
วันนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอ “สูตรสำเร็จวิถีพุทธ” เพื่อการทำงานในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หรือองค์กรระบบใดก็ตาม หากประกอบไปด้วยเหตุ 4 ประการนี้แล้ว “โชคชะตาก็ไม่กล้าปฏิเสธ” คือ
1.ปฏิรูปเทสวาสะ ผู้ที่ต้องการเพาะปลูก ควรอยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยดินดำน้ำชุ่ม ผู้ต้องการค้าขาย ควรอยู่ในถิ่นที่มีประชาชนหนาแน่น ผู้ต้องการปฏิบัติธรรม ควรอยู่ในสำนักที่มีครูบาอาจารย์เก่งๆ และผู้ที่ปรารถนาความสำเร็จของชีวิตในการทำงาน ควรอยู่ในถิ่นที่มีคนดี คนเก่ง และคนให้โอกาส เสมือนคนบางคนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี แต่ไปตกอยู่บนดินห่วยก็ยากที่จะเติบโต แต่บางคนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ห่วย แต่ไปตกอยู่บนดินดำน้ำดีก็ง่ายต่อการเจริญเติบโต
2.สัปปุริสูปสังเสวะ คบหาสัตบุรุษ มีต้นแบบในการทำงาน ควรเข้าไปในสมาคมของบัณฑิต ควรเก็บเล็กผสมน้อย เทคนิค วิธีคิด การบริหารจัดการ การประสาน การแก้ไขปัญหาของสัตบุรุษ เพราะการทำงานในยุคไทยแลนด์ 4.0 นั้นต้องสร้างภาพจึงจะได้ดีคือ เป็นคนมีคุณภาพที่ดี เป็นคนมีศักยภาพที่เด่น และมีสัมพันธภาพที่ง่ายงาม ทำงานกับคนเก่งเราจะเก่งขึ้น ทำงานกับคนดีเราจะดีขึ้น ผูกมิตรประสานไมตรี มีเครือข่ายทั้งคนดีและคนเก่ง
3.อัตตสัมมาปณิธิ การตั้งตนไว้ชอบ ด้วยการวางตัวที่งาม ไม่ถือตัวหลงผิด เพราะการวางตัวกับการถือตัวแบ่งกันแค่เส้นด้าย ฝึกออกกำลังกายชีวิตด้วยหลักพละ 5 คือ 1.มีศรัทธาในองค์กร 2.มีความเพียรที่ต่อเนื่อง 3.มีสติจิตสำนึก 4.มีสมาธิตั้งมั่นไม่วางเฉย และ 5.มีปัญญาที่อุดมไปด้วยฟังเป็นวิเคราะห์ดี เสียสละ และลงมือทำ เพราะผู้ใหญ่จะยกย่องใคร จะมอบหมายตำแหน่งอะไร ต้องอุดมตามวจีภาษิตที่ว่า “หนักไปก็ยกไม่ขึ้น เบาไปก็ไว้ใจไม่ได้”
4.ปุพเพกตปุญญตา การมีบุญดีแต่เดิม แล้วเพิ่มเติมบุญใหม่ ไม่มัวเมาในบุญเก่า ไม่ประมาทในบุญเล็กน้อย สะสมความดีตามขีดความสามารถและฐานะหน้าที่ดังปราชญ์โบราณ กล่าวว่า “เจ้านายดึง ลูกน้องดัน คนเสมอกันสนับสนุน และบุญรักษา”
การสร้างเป้าหมายวิถีพุทธนี้ ภาษาพระท่านเรียกว่า “จักร 4” เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนชีวิตให้ถึงเป้าหมายของชีวิต ดังที่ทุกคนปรารถนา คือ งานสำเร็จ ชีวิตรื่นรมย์







