
เมกเกอร์ แฟร์ บางกอก 2018 ‘วัฒนธรรมทำเอง’ สู่ ‘นวัตกรรมพัฒนาชาติ’
ลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้า เดอะสตรีท รัชดาฯ ที่เคยแน่นขนัดไปด้วยรถยนต์ที่จอดเป็นแถวเป็นแนว
โดย อาทิตย์ ลมูลปลั่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้า เดอะสตรีท รัชดาฯ ที่เคยแน่นขนัดไปด้วยรถยนต์ที่จอดเป็นแถวเป็นแนว ถูกแทนที่ด้วยชิ้นงานสร้างสรรค์กว่าร้อยผลงาน จากเหล่า “เมกเกอร์” ทั้งในประเทศไทยและจากชาติเอเชียมาร่วมแสดงผลงาน “นวัตกรรม” จากฝีมือนักประดิษฐ์ที่มีใจรักผลิตชิ้นงานด้วยตัวเองเป็นนิจ และนำมาประลองไอเดียกันจนเรียกว่าเป็น “วัฒนธรรมทำเอง” (Maker Culture) ที่กลุ่ม “เมกเกอร์” จะได้แชร์ประสบการณ์จากไอเดียสร้างสรรค์แบบ “ปัญญาประดิษฐ์” ร่วมกัน ในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการจัดงานเมกเกอร์ แฟร์ ที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถือเป็น “มหานคร” แห่งแรกของโลก ที่จัดงานขึ้นสำหรับปี ค.ศ. 2018 ภายใต้ชื่องาน Maker Faire Bangkok 2018 ก่อนที่ประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมของโลกจะเริ่มทยอยจุดประกายไอเดียเหล่า “เมกเกอร์” ขึ้นต่อจากนี้
งาน “Maker Faire Bangkok 2018 : ลานอวดของ ประลองไอเดีย” คือ มหกรรมแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ของเหล่าเมกเกอร์หรือนักสร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินกิจกรรม ร่วมด้วย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ ตั้ง Enjoy Maker Space เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ตามไอเดียของตนเอง ทั้งนี้ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ร่วมสนับสนุนงบประมาณพร้อมกับส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ในประเทศไทย ผ่านโครงการ “Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนสนใจวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือ
“สะเต็ม” ทั้งในและนอกห้องเรียน
โครงการดังกล่าวจึงเป็น “ต้นแบบ” ความร่วมมือตามแนวทาง “รัฐร่วมเอกชน” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ผลงานนวัตกรรม “ทุ่นเตือนภัยร่องน้ำและแนวปะการัง” ได้รับการพัฒนาขึ้นจากไอเดีย นักเรียนสายอาชีพ จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งสัญญาณเตือนเรือประมงและเรือนำเที่ยว รวมถึงส่งข้อมูลถึงเจ้าหน้าที่ชายฝั่ง โดยจะมีระบบจีพีเอสบอกพิกัด ทั้งยังออกแบบมาให้ทุ่นเตือนภัยฯ ใช้ไฟฟ้าจากแรงกระเพื่อมของคลื่นน้ำทะเล สามารถผลิตพลังงานได้ตลอดวัน มีศักยภาพในการผลิตพลังงานได้สูงกว่าแผงโซลาร์เซลล์ที่ทำงานได้เฉพาะช่วงมีแสงอาทิตย์ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับการแจ้งเตือนของทุ่นเตือนภัยฯ
หากเรือนำเที่ยวที่มีระบบจีพีเอสในเรืออยู่แล้ว ก็สามารถเห็นทุ่นเตือนภัยฯ ได้จากในเรือ แต่หากเรือประมงที่ไม่มีจีพีเอสและเข้าใกล้ทุ่นในระยะ 5 เมตร ทุ่นเตือนภัยฯ ก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังแอพพลิเคชั่นไลน์ของยามชายฝั่ง กลไกการทำงานทั้งหมดผ่านการคิดและผลิตชิ้นงานขึ้นใช้จริง แบบทำไปเรียนรู้ไปของเยาวชนเมกเกอร์ หวังช่วยแก้ปัญหาการชนกันของเรือและแนวปะการังของไทย ในชุมชน ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ดำน้ำดูปะการังทางทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย
เช่นเดียวกับ “เครื่องจัดการจราจร BCC E-TM” อีกผลงานของเยาวชนนักเมกเกอร์ นักเรียนสายสามัญ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าโรงเรียน โดยออกแบบระบบตรวจสอบป้ายทะเบียนรถของผู้ปกครองที่มารับ-ส่ง บุตรหลานที่หน้าโรงเรียน ซึ่งตรวจทะเบียนรถจากฐานข้อมูลของโรงเรียน ก่อนส่งข้อมูลไปยังแท็บเล็ต (Tablet) และสัญญาณไฟ เพื่อให้รถบริเวณดังกล่าวใช้ช่องทางจราจรจอดรับ-ส่ง ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้เมื่อรถกำลังจะเข้ามาจอดในช่องทางรับ-ส่ง เซิร์ฟเวอร์จะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนให้ทราบว่า รถผู้ปกครองของนักเรียนคนใดกำลังเข้ายังช่องจอด สามารถแจ้งให้นักเรียนมารอเพื่อความรวดเร็วและแก้ปัญหาจราจรติดขัด แต่หากตรวจสอบป้ายทะเบียนไม่มีตรงกับรถที่อนุญาตจอดรับ-ส่ง บุตรหลาน จะมีสัญญาณไฟสีแดงเตือนให้ออกจากช่องจอดรับ-ส่ง ทันที เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัดด้วยเช่นกัน
ทั้งสองผลงานได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการประกาศผลและมอบรางวัลโครงการ “Enjoy Science : Young Makers Contest ปี 2” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ในหัวข้อ “สิ่งประดิษฐ์เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชุมชน” ที่ถูกนำมาเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงาน เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงพลังของ “เมกเกอร์” ที่ไร้ข้อจำกัดในทุกด้าน ขอเพียงมีหัวใจนักประดิษฐ์ และลงมือทำด้วยตนเอง โดยผู้ชนะจะมีโอกาสได้ร่วมงาน Maker Faire Bay Area มหกรรมแสดงสิ่งประดิษฐ์ของเหล่าเมกเกอร์ ณ เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ประเทศต้นแบบเมกเกอร์ในเดือน พ.ค.นี้ด้วย
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผลักดันให้เกิด Makers Nation ที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อให้ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สู่การพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งเมกเกอร์หรือกลุ่มคนที่ลงมือสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ตามแต่จินตนาการของตน นำไปสู่นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล การส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง จึงเป็นเรื่องสำคัญและสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นอกจากนั้นแล้ว วัฒนธรรมเมกเกอร์ยังส่งเสริมการเรียนในสาขาสะเต็ม เพราะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การทดลอง เด็กจึงสนุกกับการเรียน และเข้าใจบทเรียนยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 ด้วย
ไม่เพียงสองผลงานเท่านั้น ภายในงานที่จัดขึ้นยังมีผลงานไฮไลต์ อาทิ Electric Parade ขบวนพาเหรดแสงสีเสียง TukTuk Racing เกมแข่งรถตุ๊กตุ๊กแบบ VR และการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์โดยเมกเกอร์จากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเวิร์กช็อปสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่เปิดให้ผู้เยี่ยมชมได้ร่วมสนุกกับการเป็นเมกเกอร์ เป็นต้น







