
แรงบันดาลใจจากแม่ สู่ฟาร์มแฟคทอรี่
แรงบันดาลใจเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากการเห็นคุณแม่ไม่สบาย นำมาสู่ความคิดการสร้างธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพกับสลัดแนวใหม่
โดย วราภรณ์ เทียนเงิน
แรงบันดาลใจเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากการเห็นคุณแม่ไม่สบาย นำมาสู่ความคิดการสร้างธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพกับสลัดแนวใหม่ กับร้านฟาร์มแฟคทอรี่ มาในรูปแบบเฮลท์ตี้ ฟาสต์ฟู้ด (Healthy Fast Food)
“บุญชะนะ เอกวานิช” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร้านสลัด ฟาร์มแฟคทอรี่ (farmfactory) เปิดเผยว่า ธุรกิจฟาร์มสลัดที่เริ่มต้นจากการที่ตนเองได้เห็นคุณแม่ไม่สบาย จึงเกิดเป็นแนวคิดอยากสร้างสิ่งที่มีประโยชน์ในเรื่องอาหาร เพื่อทำให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ทำให้สนใจสร้างพื้นที่การเกษตร และเริ่มต้นจากการนำพื้นที่ในโรงรถที่บ้านใน จ.ภูเก็ต มาเริ่มทำฟาร์มปลูกผักสลัด และเป็นผักสลัดปลอดสารพิษ
ในช่วงแรกที่ได้เริ่มต้นทำได้ทดลองและเรียนรู้เอง และใช้เงินตั้งต้นจากการเก็บจากการทำงานประมาณ 3 แสนบาท พร้อมกับได้จัดทำโรงเรือนและอุปกรณ์เอง ในช่วงแรกผักสลัดที่ปลูกก็มีปัญหาผลผลิตไม่ได้ตามที่ต้องการ และประสบปัญหาผักสลัดตายไป 2-3 รอบ แต่ได้ทดลองเรียนรู้การปลูกผักสลัด ในที่สุดก็ได้ผลผลิตออกมา จึงเริ่มนำผลผลิตไปขายตามตลาด ต่อมาเจอปัญหาเรื่องพ่อค้าคนกลางกดราคาสินค้า และบางรายมีการค้างจ่ายสินค้า ทำให้ตนเองเห็นว่าถ้าทำต่อไปแบบนี้ไม่ดีแน่นอน
“ผมเรียนจบทางด้านระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และเมื่อเรียนจบก็เริ่มต้นทำงาน ทำให้มีเงินเก็บ จึงนำเงินเก็บจากการทำงานในช่วงแรก มาลงทุนสร้างอุปกรณ์และเริ่มต้นทำฟาร์ม” บุญชะนะ กล่าว
เมื่อได้กลับมาศึกษาแผนต่างๆ อีกรอบ ในที่สุดเห็นว่าไม่ไกลจากบ้านมีห้างค้าปลีก-ค้าส่ง แม็คโคร เปิดให้บริการอยู่ จึงสนใจและเข้าไปติดต่อด้วยตนเอง เพื่อนำเสนอผักสลัดไปจำหน่าย และได้พูดคุยกับผู้จัดการที่ได้ให้โอกาส พร้อมได้แนะนำว่า การนำผักสลัดเข้ามาจำหน่ายจะต้องมีปริมาณผักสลัดจำนวนมากขึ้น ทำให้กลับมาทบทวนอีกครั้งเพื่อขยายพื้นที่ปลูก และข้างบ้านที่เป็นพื้นที่ของอากงประมาณ 2 ไร่ ที่เป็นพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อนำมาปลูกผักสลัด
แต่ในพื้นที่ดังกล่าวยังมีบ่อน้ำ และพบว่าเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุเป็นผลดีต่อการปลูกผักสลัด ทำให้ได้พื้นที่ปลูกผัก โดยทุกวันจะต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 เพื่อเก็บผัก หลังจากนั้นในช่วงเวลา 6 โมงเช้าก็อยู่หน้าร้านต่างๆ ที่นำผักไปขายช่วงเช้า และในช่วงเย็นก็ไปขายในสวนสาธารณะ ในบางวันก็ใช้เวลานอนประมาณ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น
หลายครั้งที่ไปขายในร้าน คนบางคนที่รู้จักก็สงสัยว่าทำไมตนเองถึงมาทำผักสลัด เพราะที่บ้านทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็รับราชการทั้งคู่ และธุรกิจกงสีของตระกูล ได้ทำธุรกิจโรงแรม ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของตระกูล ที่ทำโรงแรมใน จ.ภูเก็ต ทำให้ในช่วงนั้นไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างเท่าที่ควร แต่สมาชิกในบ้านทุกคนต่างเชื่อใจและสนับสนุนให้ทำ ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญอย่างมาก และคุณพ่อก็เข้ามาช่วยทำฟาร์ม
หลังจากผ่านไป 3 เดือน จึงเริ่มนำส่งสินค้าให้แม็คโคร และต้องให้แม็คโครเข้ามาตรวจสอบสินค้า เพื่อตรวจสอบคุณภาพสินค้าว่าผ่านมาตรฐานหรือไม่ ทำให้ได้เริ่มส่งสินค้าให้แม็คโครวันละ 100 กิโลกรัม ซึ่งสินค้าเมื่อนำไปจำหน่ายในแม็คโครทุกคนต่างชมว่าผักสวยงาม
“ผมเข้าไปคุยกับแม็คโคร แต่ไม่ได้แนะนำว่าเราเป็นใคร เข้าไปพูดคุยเพื่อนำเสนอว่าเราทำผักสลัด และอยากเสนอผักสลัดเข้าห้างให้ได้ ซึ่งได้รับโอกาสจากแม็คโคร ทำให้นำผักเข้าไปจำหน่ายและขยายผักเพิ่มขึ้น” บุญชะนะ กล่าว
ต่อมาก็ได้เข้าไปคุยกับซูเปอร์ชีฟ พร้อมสนับสนุนให้ผักสลัดเข้าไปจำหน่าย ทำให้มีช่องทางจำหน่ายผักเพิ่มขึ้น และทำฟาร์มต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งตนเองมีความมุ่งมั่นและอยากนำผักสลัดเข้าไปจำหน่ายในห้างให้ได้ จึงได้ศึกษาแผนการสร้างแบรนด์สินค้า ตลอดจนข้อมูลแบรนด์ต่างๆ ในตลาดโลก จึงได้คำตอบว่าอยากสร้างแบรนด์ร้านสลัด ที่เปลี่ยนความคิดใหม่ว่าสลัดไม่ใช่ของทานเล่น แต่เมื่อทานแล้วลูกค้าทุกคนต้องอิ่ม และสลัดจะกลายเป็นอาหารมื้อหลักของลูกค้า
พร้อมกันนี้ต้องทำให้ร้านมีความแตกต่างจากร้านสลัดในทั่วโลก ร้านต้องมีเอกลักษณ์และรูปแบบเฉพาะ (ยูนิก) โดยได้พูดคุยกับเชฟโรงแรมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และได้คำแนะนำจึงผลักดันสู่การเปิดสาขาแรก คืออยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต เบื้องต้นได้รับแรงสนับสนุนจากเพื่อนๆ และทุกคนที่รู้จักต่างมาสนับสนุน รวมถึงสื่อใน จ.ภูเก็ต ที่ต่างเข้ามาแนะนำร้าน ทำให้ทุกคนรู้จักมากขึ้น ประกอบกับในภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก จึงได้รับความสนใจจากลูกค้าเพิ่มขึ้น
ต่อมาได้สนใจเปิดสาขาใน กทม. เพื่อสร้างแบรนด์ให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น ทำให้ได้เปิดสาขาที่เซ็นทรัล สีลมคอมเพล็กซ์ โดยเปิดให้บริการมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ลูกค้าตอบรับดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนทำงาน และปีที่ผ่านมาได้เปิดสาขาใหม่ สาทร สแควร์ ส่วนสาขาที่ 4 เปิดที่ ออล ซีซั่นส์ เพลส ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันได้ขยายสาขาใหม่หลายแห่งใน กทม.เพิ่มขึ้นแล้ว
“บุญชะนะ” กล่าวต่อว่า ทุกอย่างในร้านจะนำเสนอให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ การให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า และการสร้างสรรค์เมนูผักสลัดแก่ลูกค้า
พร้อมกันนี้การมุ่งมั่นสร้างผักสลัดให้เติบโตและผลักดันแบรนด์เติบโตต่อเนื่องมาจากการที่หัวใจไม่ยอมแพ้ และไม่ได้มองผลลัพธ์ในเรื่องเงิน แต่มาจากแรงผลักดันอยากสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่า และเป็นการทำสิ่งที่เรารัก จึงมีแรงผลักดันให้เดินหน้าไปได้ต่อเนื่อง และจะมีก๊อกสองหรือก๊อกสามทำให้เราไม่หยุด และสิ่งสำคัญต้องมีความเชื่อในสิ่งที่ทำ
“เราต้องมีความเชื่อและความรักในสิ่งที่ทำ มีความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง และมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีสุด ผสมด้วยการใส่หัวใจของความรักในการทำ” บุญชะนะ กล่าว
บุญชะนะ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกความสำเร็จสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ ในทุกครั้งของการเริ่มต้น ถ้าเราไม่ยอมแพ้จะมีโอกาสและมีช่องทางผลักดันให้ไปต่อเนื่องอย่างแน่นอน รวมถึงการทำทุกอย่างจะต้องมีคุณค่าเสมอ







