
‘ดวงใจ อัศวจินตจิตร์’ มือทอง ดึงการลงทุน
“ดวงใจ อัศวจินตจิตร์” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
โดย ดวงนภา ประเสริฐพงษ์
“ดวงใจ อัศวจินตจิตร์” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ถือเป็นลูกหม้อที่เติบโตมากับบีโอไอ นับตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับราชการจวบจนทุกวันนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 33 ปีมาแล้ว ดังนั้นแน่นอนว่า ความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในสายงานที่ทำนั้นเต็ม 100% แน่นอน
ด้วยความรู้ความสามารถด้านภาษาที่สื่อสารได้ถึง 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน ทำให้งานด้านการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศที่อยู่ในความรับผิดชอบมักได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี จนครั้งหนึ่งเคยได้รับฉายาจากอดีตเลขาธิการบีโอไอท่านหนึ่งว่า “มิสดับเบิ้ลยูทีโอ”
ภายหลังจบการศึกษาปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเริ่มเข้าทำงานที่บีโอไอประมาณปี 2527 ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการลงทุน 3 เมื่อทำงานผ่านไป 2 ปีครึ่ง ตัดสินใจสอบชิงทุนฟุลไบรท์ไปเรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการเงินและบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ (Finance and International Business) ที่อินเดียน่า ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายหลังจากเรียนจบกลับมาช่วงปี 2530 ก็ทำงานใช้ทุนที่บีโอไอต่อ
“สมัยที่ไปสอบปีหนึ่งมีรับคนประมาณ 6-7 คน เขาให้เราเขียน essay (ความเรียง) ส่งในใบสมัคร แล้วก็มีคณะกรรมการกรอง แล้วก็มีคนสัมภาษณ์เราประมาณ 4-5 คน เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็คัดเลือกจากตรงนั้น ในแต่ละปีก็จะมีลิสต์คนที่ได้ทุนและลิสต์สำรอง สมัยก่อนข้าราชการลาไปศึกษาต่อ เขาให้ลาได้โดยได้รับเงินเดือน แต่ต้องกลับมารับราชการในหน่วยงานเดิมอย่างน้อย 2 เท่าของเวลาที่หายไป คือไปเรียน 2 ปี พี่ต้องกลับมาทำงานอย่างน้อย 4 ปี ถึงจะลาออกได้ นอกจากว่าจะใช้ทุน” ดวงใจ ระบุ
ดวงใจ เล่าว่า ก่อนจะไปศึกษาต่อปริญญาโททำงานอยู่ในกองพัฒนาโครงการ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว ครั้งนั้นมีหน้าที่หลักในการช่วยชี้ช่องทางการลงทุนสำหรับต่างชาติและชาวไทย ต้องไปทำการศึกษาว่าในไทยมีโอกาสเหมาะลงทุนด้านไหน และจัดทำเป็นคู่มือเผยแพร่สำหรับชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งต้องออกไปหาข้อมูลไปสัมภาษณ์และได้ทำโครงการที่เกี่ยวกับการที่ไทยได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการยูเอสเอไอดี และต้องชักจูงการลงทุนจากสหรัฐ
โดยขณะนั้นรัฐบาลสหรัฐจะให้เงินช่วยเหลือบีโอไอ และจ้างผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐมาทำงานอยู่กับบีโอไอ แล้วก็ทำหน้าที่ช่วยชักจูงการลงทุนมาไทย โดยออกแคมเปญ “make it in Thailand” ถือเป็นยุคแรกของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงาน และต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของโครงการ พร้อมกับจัดทริปชักจูงการลงทุน จึงได้เรียนรู้การจัดทริปชักจูงการลงทุนตั้งแต่ตอนนั้น
หลังจากจบการศึกษากลับมาได้ ไปทำงานอยู่กองการต่างประเทศ หน้าที่หลักที่ได้รับมอบหมายคือ เจรจาข้อตกลง ขณะนั้นเป็นยุคข้อตกลง General Agreement on Tariffs and Trade หรือแกตต์ (GATT) ยุคก่อนที่จะเป็นสมาชิกดับเบิ้ลยูทีโอ มีข้อตกลงที่กำลังทำกันอยู่ ขณะนั้น คือข้อตกลงเรื่อง Trade Related Investment Measures (TRIMs) มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการค้า เช่น การกำหนดโลคัลคอนเทนต์ เนื่องจากต้องใช้ของที่ผลิตในประเทศ ฉะนั้นก็กระทบการนำเข้า ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเจรจา ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์
ดวงใจ เล่าว่า ตอนนั้นทำเรื่องข้อตกลงเป็นหลัก จนมีฉายาว่า “มิสดับเบิ้ลยูทีโอ” หลังจากนั้นจึงย้ายไปทำเรื่องลงทุนไทยในต่างประเทศ จนมีโอกาสย้ายไปประจำอยู่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส 5 ปีเมื่อปี 2543 ซึ่งการทำงานที่นี่ก็มีความภูมิใจ สามารถชักชวนนักลงทุนชิ้นส่วนอากาศยานอยู่รายหนึ่งมาไทยได้จากเดิมเขาจะไปยุโรปตะวันออก
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่างานที่ท้าทายไม่ใช่อุปสรรค เพราะเมื่อทำออกมาเป็นผลสำเร็จก็สร้างความภูมิใจให้กับคนทำงานได้ไม่น้อย ที่ผ่านมาบริษัทที่ดึงมาลงทุนในไทยแล้ว สร้างคุณประโยชน์ให้ประเทศก็ถือเป็นความภูมิใจของชาวบีโอไอเลยก็ว่าได้ เพราะทุกอย่างต้องไปทั้งองคาพยพจึงจะสำเร็จ ถึงแม้ว่าจะไปดึงการลงทุนมาแล้ว ก็ต้องส่งต่อให้หน่วยอื่นทำฟังก์ชั่นอื่นๆ จึงจะบรรลุเป้าหมายได้







