posttoday
ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

28 มกราคม 2561

เหตุการณ์สำคัญที่ควรจะกล่าวต่อเนื่องไปก็คือเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

เหตุการณ์สำคัญที่ควรจะกล่าวต่อเนื่องไปก็คือเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรคราวใกล้จะเสด็จสวรรคต มีปรากฏความละเอียดในประชุมพงศาวดารภาคที่ 52 ว่าด้วยจดหมายเหตุ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สวรรคต ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเรียบเรียงทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความตอนหนึ่งว่า

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

ณ วันพุธ เดือน 10 ขึ้น 9 ค่ำ (วันที่ 26 ส.ค. 2411) เวลา 3 โมงเช้า ให้เจ้าพนักงานกรมสังฆการีนิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะฐานานุกรมมาฉันที่พระที่นั่งไชยชุมพล เวลาบ่าย 4 โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระแก้วมรกต
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับประทับ ณ พระที่นั่งไชยชุมพล โปรดให้มีโขนและการเล่นต่างๆ ที่หน้าพระที่นั่งไชยชุมพล เวลาค่ำมีหนังและดอกไม้เพลิงสมโภชพระแก้วมรกตเป็นการบูชาเวลาหนึ่ง ครั้นเวลายามเศษเสด็จกลับประทับในพระบรมมหาราชวังให้ครั่นพระองค์ทรงพระประชวร ไม่เสด็จออกว่าราชการ เสวยพระโอสถข้างที่ ณ วันอาทิตย์ เดือน 10 ขึ้น 13 ค่ำ (วันที่ 30 ส.ค. 2411) เวลาทุ่มเศษทรงจับสั่นไปจนเวลา 2 ยามเศษ ครั้นสร่างจับแล้วรับสั่งให้หาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ เข้าไปเฝ้าในที่ทรงพระประชวรจึงรับสั่งให้ประชุมหมอหลวงมีชื่อที่ประกอบพระโอสถถวาย กรมขุนวรจักรธรานุภาพก็รับพระบรมราชโองการ ออกมาสั่งให้หลวงทิพจักษุประกอบพระโอสถเข้าไปถวาย

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

ณ วันอังคาร เดือน 10 แรม 4 ค่ำ เวลาเช้า 4 โมงเศษ พระอาการกำเริบมากให้ทรงเชื่อมกระหายน้ำ พระกระยาหารเสวยน้อยลง พระอาการแปรไปข้างอุจจาระธาตุ พระบรมวงศานุวงศ์ ท่านเสนาบดีปรึกษาพร้อมกัน เห็นว่าหลวงทิพจักษุถวายพระโอสถมาก็หลายวันพระอาการหาคลายไม่ จึงให้ประชุมหมอหลวงว่า ผู้ใดจะรับฉลองพระเดชพระคุณได้หมอทั้งปวงก็นั่งอยู่ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงวงศาธิราชสนิท จึงรับฉลองพระเดชพระคุณตั้งพระโอสถเข้าไปถวายหลายเวลา พระอาการก็ไม่ถอย

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

ณ วันจันทร์ เดือน 11 ขึ้น 5 ค่ำ (วันที่ 21 ก.ย. 2411) เวลาย่ำเที่ยงแล้วพระอาการกำเริบขึ้นอีกทรงพระอาเจียนพระโลหิตตกเป็นลิ่มเหลวบ้าง ทรงรับถ้วยพระภูษาซับพระโอษฐ์ ให้ป่วนพระนาภีจึงรับสั่งให้ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ พระประเสริฐศาสตร์ดำรง เข้าไปในพระที่ จึงรับสั่งว่าพระโรคมากอยู่แล้วถ้าเห็นพระอาการเหลือปัญญาแพทย์หมอก็ให้กราบบังคมทูลอย่าปิดบังไว้ จะได้จัดแจงการแผ่นดินเรียบร้อย พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ พระประเสริฐศาสตร์ดำรง กราบทูลว่า ข้าทูลละอองธุลีพระบาทที่ป่วยพระอาการมากกว่าที่พระโรคก็มิได้รับพยาบาลหายมามาก จึงโปรดให้พระประเสริฐศาสตร์ดำรงเข้าถวายพระโอสถต่อไป ครั้นเวลาค่ำประมาณ 2 ทุ่มเศษไปพระบังคนหนักพระโลหิตเจือพระบังคนออกมาก็รับสั่งว่า พระโรคครั้งนี้เห็นจะไม่คลาย

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

ครั้น ณ วันอาทิตย์ เดือน 11 ขึ้น 11 ค่ำ เวลาย่ำรุ่งแล้ว มีพระบรมราชโองการให้หาพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภเข้าไปเฝ้า จึงรับสั่งว่า ทรงพระประชวรครั้งนี้เห็นจะเหลือมือหมอหลวงแล้ว ถ้าเพลี่ยงพล้ำลง ท่านผู้มีความสวามิภักดิ์และข้าหลวงเดิมก็จะเสียใจว่าพยาบาลไม่เต็มมือ
จึงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสว่าผู้ใดมีหมอยาก็ให้ถวายเถิด ขณะนั้นพระราไชศวรรยาเจ้ากรมพระคลังในซ้ายซึ่งเป็นข้าหลวงเดิมรับฉลองพระเดชพระคุณ ประกอบพระโอสถไพลกับเกลือเจือด้วยเวทมนตร์ถวาย ครั้นทรงเสวยแล้ว พระอาการที่แน่นพระอุระก็ถอยลง จึงมีพระบรมราชโองการรับสั่งให้หาเจ้าต่างกรมและขุนนางผู้ใหญ่มาพร้อมกันที่พระที่นั่งอนันตสมาคม จึงโปรดให้พนักงานนำสิ่งของซึ่งเป็นส่วนของพระวงศานุวงศ์และท่านเสนาบดีถวายไว้เมื่อเฉลิมพระชนมพรรษาใหญ่ ส่วนของใครก็ให้พระราชทานคืนไปทุกคน เว้นไว้แต่พระเจ้าน้องยาเธอสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา กรมขุนบำราบปรปักษ์ ได้พระราชทานตลับทองคำลงยาใส่ทองคำบางสะพานหนัก 5 ตำลึงลงยันต์ด้วยพระดินสอเพชร นาฬิกาซุ่มใหญ่ 1 มีเข็มดูวันเดือนปีทุ่มโมง กับพระประทุมทำด้วยศิลาองค์ 1 กรมขุนวรจักรธรานุภาพได้พระราชทานนาฬิกาใหญ่ มีแก้วเลี่ยมครอบ มีเข็มดูวัน เดือนปีทุ่มโมงพร้อมมีปรอทดูร้อนหนาว ฯพณฯ หัวเจ้าท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้พระราชทานพระหีบงาครอบทองคำมีเครื่องสำหรับเขียนหนังสือพร้อมทุกสิ่ง ทำด้วยทองคำประดับเพชรทับทิม มรกตคิดราคาดูมากกว่า 100 ชั่ง แล้วพระราชทานเงินอีก 1,000 ชั่ง

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

ต่อมาในวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ จุลศักราช 1230 (วันที่ 1 ต.ค. 2411) เวลาเช้า 3 โมงเศษ รับสั่งให้หาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทเวศร์วัชรินทร์ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท กรมขุนวรจักรธรานุภาพ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนบำราบปรปักษ์ เจ้าพระยาภูธราภัย เข้าไปเฝ้าในที่ทรงพระประชวร จึงรับสั่งว่าวันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง นักปราชญ์ทั้งหลายก็ถึงความดับเป็นอันมากในวันเพ็ญดังนี้ ควรพระชนมายุจะหมดจะดับในวันนี้เป็นแน่แล้ว ซึ่งขัดเคืองว่ากล่าวท่านทั้งหลายทั้งปวงมาแล้วแต่ก่อนนั้นขออโหสิกรรมกันเสียเถิด อย่าให้เป็นเวรกันต่อไป ขอฝากแต่พระเจ้าลูกยาเธอ และเจ้าลูกเธอด้วย ถ้าจะมีความผิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นข้อใหญ่ ขอแต่ชีวิตไว้ เป็นแต่โทษเนรเทศ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงกรมขุน ท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ก็รับพระบรมราชโองการแล้ว พากันเศร้าโศกสะอื้นไปอยู่ในหน้าพระที่นั่ง

จึงรับสั่งห้ามว่า “อย่าร้องไห้ ความตายไม่เป็นอัศจรรย์อะไรนัก เป็นของธรรมดา เกิดมาแล้วก็ต้องตายด้วยกันทุกคน” แล้วท่านทั้ง 6 เห็นว่า พระอาการอ่อนนักแล้ว ก็พากันถอยออกมา

ครั้นเวลาย่ำค่ำแล้ว รับสั่งให้หาพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภเข้าไปเฝ้า ให้พยุงพระองค์พลิกพระเศียรทับพระพาหาเหมือนอย่างพระไสยาสน์จึงตรัสว่า “เขาตายกันดังนี้” จึงรับสั่งให้พระยาบุรุษฯ จุดเทียนชัย และห้ามมิให้ถวายพระหนทาง แล้วก็ทรงเจริญพระกรรมฐานสมาธิภาวนานิ่ง ศีรษะสู่ทิศอุดร ผันพระพักตร์ต่อประจิมทิศ พอย่ำค่ำประถมยาม แล้วพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในวันนั้น

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (49)

ตั้งแต่วันพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรมาจนสวรรคตได้ 37 วัน อยู่ในราชสมบัติได้ 18 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 14 ค่ำ ปีชวด ฉศก ศักราช 1163 (วันที่ 18 ต.ค. 2347) สิริพระชนมายุได้ 65 พรรษา เป็นอันสิ้นรัชกาลที่ 4

ต่อไปนี้ที่ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชาคณะฐานานุกรม พร้อมด้วยขุนนางเสนาบดีข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อย ณ ท่ามกลางพระที่นั่งอนันตสมาคมตรงหน้าพระมหาเศวตฉัตร ได้ประชุมกันเลือกพระเจ้าแผ่นดิน กรมพระราชวังบวรสถาน ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และผู้สำเร็จราชการในพระราชสำนัก

ที่ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย พร้อมกันอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนพินิตประชานาถ ซึ่งเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน และได้ยกกรมหมื่นบวรวิชัยชาญขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า

ครั้นแล้วเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์จึงกล่าวถามต่อไปในที่ประชุมว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรอยู่นั้น ท่านได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่าปรึกษากันจะถวายราชสมบัติแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนพินิตประชานาถ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ทรงพระวิตกอยู่ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระชันษายังทรงพระเยาว์จะไม่ทรงสามารถว่าราชการแผ่นดินให้ร่มเย็นเป็นสุขแก่พระราชวงศานุวงศ์ข้าทูลละอองธุลีพระบาทสมณพราหมณาจารย์อาณาประชาราษฎร์ได้ดังสมควร พระกระแสที่ทรงปริวิตกเช่นนี้ จะคิดอ่านกันอย่างไร กรมหลวงเทเวศร์วัชรินทร์ ซึ่งเป็นพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่โดยเจริญพระชนมายุกว่าพระองค์อื่นๆ ตรัสว่า

“ขอให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ว่าราชการแผ่นดิน ไปจนกว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ จะทรงผนวชพระ” 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ